ตอนที่ 4
คำป้อกับอุ่นเฮือนร้องเรียกและเดินหาเทียนคำทั่วบ้านแต่ไม่เจอ คำป้อบ่นอุ่นเฮือนว่าหลับเป็นตายจนน้องหายไปยังไม่รู้ตัว อุ่นเฮือนถามว่าดึกป่านนี้เทียนคำจะไปไหนเพราะปกติขี้กลัวจะตาย คำป้อกังวลว่าถ้าหนานแก้วกลับมาแล้วไม่เห็นเทียนคำเป็นเรื่องแน่ อุ่นเฮือนเชื่อว่ากว่าพ่อจะกลับก็คงเช้าและเราก็คงหาเทียนคำเจอแล้ว แล้วทั้งสองก็ลงจากบ้านเดินตะโกนเรียกเทียนคำ กลินท์ช่วยตะโกนเรียกทั้งที่รู้ว่าไม่มีใครได้ยินเสียงตน
อุ่นเฮือนกับคำป้อไปเจอเทียนคำกำลังถือเทียนฟ้อนเทียนในป่ากล้วย คำป้อเรียกเทียนคำถามว่าเป็นอะไร เทียนคำเอาแต่ฟ้อนไม่ตอบ กลินท์ร้อนใจช่วยเรียกโดยไม่รู้ตัว เสียงกลินท์สะท้อนไปในป่าจนเทียนคำสะดุ้งแล้วล้มแน่นิ่ง คำป้อกับอุ่นเฮือนวิ่งเข้าประคอง จู่ๆ เทียนคำก็เบิกตาโพลงจนสองแม่ลูกผงะ เทียนคำร้องโหยหวนแล้วแน่นิ่งไปอีก
คำป้อเข้าประคองบอกอุ่นเฮือนให้ช่วยกันพาเทียนคำกลับเรือน พอไปถึงเรือนเจอเจ้าน้อยกำลังย่องขึ้นเรือน แก้ตัวว่าจะมาหาหนานแก้ว พอเห็นเทียนคำก็ถามว่ามันเป็นอะไรแล้วตรงเข้าอุ้มเทียนคำขึ้นเรือนไปท่ามกลางความตื่นตะลึงของทุกคน
เจ้าน้อยเห็นอาการของเทียนคำถามว่าผีเข้าใช่ไหม คำป้อไม่รู้แต่ฝากอุ่นเฮือนให้ดูแลเทียนคำ พรุ่งนี้ตนจะไปตามเจ้าพ่อน้ำทิพย์มาดู
รุ่งขึ้นเมื่อคำป้อไปหาแม่โสมคนทรงเจ้าพ่อน้ำทิพย์ แม่โสมถามว่าละอ่อนคนนี้ไปบนบานศาลขออะไรกับใครเขาหรือเปล่า พอคำป้อเล่าว่าหนานแก้วบนให้เทียนคำรำถวายธาตุศรีจอมทอง แต่คนในคุ้มไม่ให้เราฟ้อนแก้บน
“ขออะไรไว้ท่านให้แล้วทำไมไม่ทำตามที่รับปาก” เจ้าพ่อถามแล้วบอก “ให้คืนนี้มีงานบูชาพระธาตุ เอ็งต้องทำตามที่ไปบนกับท่านให้ได้ ทำไม่ได้เอ็งเตรียมรับเรื่องร้ายแรงไว้เลย”
คำป้ออ้อนวอนเจ้าน้อยให้ช่วยพูดกับเจ้าช่อเอื้อง เจ้านายปัดว่าเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ตนไม่กล้ายุ่ง คำป้อจึงตัดสินใจไปพูดกับเจ้าช่อเอื้องเอง
เจ้าช่อเอื้องไม่ยอม คำป้อตัดพ้อว่าทำไมเจ้าแม่ใจร้าย ก็ถูกเจ้าช่อเอื้องเอาขันเงินขนาดใหญ่ขว้างใส่หน้าผากจนเลือดอาบ เจ้าเวียงสวรรค์ถามเจ้าช่อเอื้องว่าเรื่องแค่นี้ทำไมยอมกันไม่ได้
“ยังไงก็ไม่ได้ ถ้าท่านยอมให้ขี้ข้ามันมารำต่อหน้าพระธาตุ เวียงเจียงใหม่จะโดนพวกม่านมายึดอีก คุ้มเราได้ล่มจมแน่ ถ้าจะมีคนตายก็ให้อีเทียนคำมันตายไปคนเดียว”
คำป้ออ้อนวอนว่าตนเลี้ยงเทียนคำมารักเหมือนลูกจะไม่ยอมให้มันตาย ที่สำคัญหนานแก้วเป็นคนบน ถ้าครั้งนี้ไม่มีการฟ้อนแก้บน ถามว่า “เจ้าพ่อเจ้าแม่ไม่กลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเทียนคำและหนานแก้วหรือเจ้าคะ”










