ตอนที่ 4
เจ้าน้อยจ้องหนานแก้วอย่างเกลียดชัง ฟังหนานแก้วพูดแล้วยิ่งเกลียดนึกว่าตนถูกประชด ถามว่า
“นี่จะบอกเหรอว่าเอ็งเป็นคนไล่เสือช่วยชีวิตเทียนคำเอาไว้” หนานแก้วบอกว่าไม่บอกเจ้าน้อยก็รู้อยู่แก่ใจแล้ว เจ้าน้อยตวาดปราม หนานแก้วบอกให้ไปซ้อมดาบ เจ้าน้อยสวนทันควันว่าไม่ อยากทำตอนไหนตนจะทำเอง ชี้หน้าหนานแก้วปรามาสว่า
“แล้วเอ็งคอยดูข้าจะเก่งกว่าเอ็ง”
“หวังว่าคงอีกไม่นาน”
“เออ! ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ ข้าจะซ้อมๆๆทุกวัน”
หนานแก้วย้ำว่าทำให้ได้นะพรุ่งนี้จะคอยดู แล้วหนานแก้วก็หันไปดูคนอื่นซ้อมต่อ เจ้าน้อยเหิมเกริมหยิบกระบวยสำหรับตักน้ำดื่มสาดน้ำใส่หนานแก้ว
หนานแก้วหันมองก็ปรามอย่าอวดดีกวนประสาท ย้ำว่า
“ข้าหวังดี เกิดเป็นลูกผู้ชายแล้วไม่รักษาคำพูดตัวเอง คนคนนั้นไม่ใช่ลูกผู้ชาย”
“แต่ข้าว่าคนที่คิดอะไรทำอย่างนั้นไม่แสร้งทำตัวเพื่อให้คนอื่นมองว่าเป็นคนดี เป็นลูกผู้ชายยิ่งกว่า” พูดแล้วเจ้าน้อยก็เอากระบวยค่อยๆราดน้ำลงบนหัวหนานแก้วอย่างหยาบคายเหยียดหยาม หนานแก้วนิ่ง อึ้ง
“คนเลว!” กลินท์ด่าอย่างสุดทน
หนานแก้วกลับถึงบ้านทั้งที่ผมยังเปียก ตักน้ำจากโอ่งดินล้างเท้าก่อนขึ้นบ้าน คำป้อยิ้มแย้มถามว่าสอนเชิงดาบเชิงมวยให้เจ้าน้อยเป็นยังไงบ้าง หนานแก้วบอกแค่ว่า “ก็ดี”
คำป้อดีใจชมว่าท่าจะดีจริงเหงื่อเอ็งถึงได้ท่วมตัวเลย ถามว่าเจ้าน้อยนี่ท่าจะเก่งมากๆเลยใช่ไหม ตอนเย็นเห็นเดินกลับคุ้มเหงื่อเปียกทั้งตัวเลย หนานแก้วไม่ตอบแต่ถามว่า
“แล้วเอ็งล่ะสอนการบ้านการเรือนเทียนคำกับอุ่นเฮือนถึงไหนแล้ว”
“ก็สอนเย็บปักถักร้อยไปน่ะ นี่ก็เพิ่งสอนทอผ้า เทียนคำมันหัวไวมากเลยทอผ้าห่มให้เจ้าพ่อ เจ้าแม่ได้แล้ว” หนานแก้วถามว่าแน่ใจนะว่าเทียนคำทอผ้าห่มไปให้เจ้าวงศ์สวรรค์กับเจ้าช่อเอื้อง คำป้อถามว่า “ทำไมถามอย่างนั้น”
“ข้ากลัวมันจะเอาไปให้ผู้อื่น” แต่พอคำป้อถามว่าใคร หนานแก้วก็ตัดบทว่า “ช่างมันเถอะเราเลี้ยงมันได้แต่ตัว มันจะเป็นยังไงคงแล้วแต่บุญแต่กรรม จะว่าไปตั้งแต่มันรอดตายมาได้สิบปี เทียนคำมันก็ไม่ได้เจ็บได้ไข้อีกเลย ข้าก็เลยคิดว่าครบรอบอายุมันสิบห้าปีนี้จะให้มันฟ้อนรำถวายบูชาธาตุศรีจอมทอง”
คำป้อติงว่างานอย่างนี้มันต้องเป็นเรื่องของเจ้านาย หนานแก้วบอกว่าตนได้บนบานศาลกล่าวกับพระธาตุศรีจอมทองไว้แล้ว ถ้าไม่ทำก็ถือว่าไม่มีสัจจะ ยังไงตนก็จะลองขอเจ้าพ่อดู
กลินท์ฟังการสนทนาทั้งหมดอย่างฉงน และติดตามอย่างอยากรู้อยากเห็น
ooooooo










