ตอนที่ 4
ผลข้างเคียงของการทดลองทำให้สุระมีพลังเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง ศรศิลป์จุกแอ้กร้องโอ๊ย ลุกขึ้นเดินกลับมาพร้อมเสียงบ่น
“นี่ฉันพยายามจะช่วยนะเนี่ย”
“โอ๊ย! ฉันไม่ไหวแล้ว ทำอะไรก็ได้ หยุดทุกอย่างในหัวฉันเดี๋ยวนี้...อ๊ากกกกก”
“ถ้างั้นคงต้องใช้ไอ้นี่” ศรศิลป์หยิบรีโมตเล็กๆ ออกมา สุระเห็นแล้วจำมันได้ทันที
“ถ้างั้นแกก็เป็น...พราน จอมภูต”
“รู้อย่างนี้แล้วยังอยากให้ช่วยอยู่อีกหรือเปล่าล่ะ”
“อยากสิ แต่แจ๊สมินบอกว่าของแบบนี้มันไม่มีจริงไม่ใช่เหรอ”
“ถ้างั้นเรามาดูกันดีกว่า ว่าจริงหรือไม่จริง”
“เอาเลย ฉันไม่อยากทรมานอีกแล้ว”
ศรศิลป์กดรีโมต ชิประเบิดทำงานทันที มันไม่ได้ทำลายหัวทั้งหัวแต่ทำลายเฉพาะสมอง สุระเสียชีวิตอย่างสงบ ศรศิลป์มองดูอยู่ชั่วครู่ก็ตะโกนบอก
“เจอแล้ว เขาอยู่นี่”
คนอื่นๆวิ่งเข้ามายืนดูร่างไร้วิญญาณของสุระอย่างเศร้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสนธยา เธอน้ำตาไหลพราก ดร.วิมโอบลูกสาวและพูดกับศพว่า
“อโหสิให้ฉันด้วยนะ ฉันจะจดจำไว้เสมอว่านี่คือมนุษย์ล่องหนคนแรกของฉัน”
แจ๊สมินมอง ดร.วิมด้วยความผิดหวัง แล้วออกคำสั่งเสียงเข้ม
“รีบตรวจสอบว่าการทดลองมีปัญหาอะไร แล้วแก้ไขให้เรียบร้อย การทดลองครั้งต่อไปจะผิดพลาดอีกไม่ได้ เพราะอะไรรู้ไหม”
“อะไร”
“เพราะครั้งหน้าฉันจะทำตามที่พูดไว้ ลูกสาวด็อกเตอร์จะต้องเป็นตัวทดลองให้กับเรา”
“ไม่มีทาง”
“ทุกคนที่นี่รู้ทั้งนั้นแหละว่าทุกคำพูดของฉันคือประกาศิต”
ดร.วิมพูดไม่ออก สมุนพรายดำยกร่างสุระพากลับไปห้องทดลอง ส่วนแจ๊สมินแยกตัวออกมารับสายจากวังเฟยหลง
“ค่ะนายท่าน”
“ทำไมการทดลองถึงผิดพลาดได้”
“ยังไม่ทราบค่ะนายท่าน กำลังให้ด็อกเตอร์วิมตรวจสอบ”
“เร่งมือหน่อย เวลาเราเหลือไม่มากแล้ว เธอคงรู้นะแจ๊สมิน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ทุกอย่างต้องเป็นไปตามแผนที่เราวางไว้”
“ค่ะ ฉันจะไม่ให้มีอะไรผิดพลาดอีก”
“ดีมาก ถ้าจำเป็นก็เก็บทุกคนที่ขวางทางของเรา”
“ค่ะนายท่าน”
ooooooo
คนอื่นๆแยกย้ายไปหมดแล้ว เหลือเพียงศรศิลป์ที่ยังจับตามองสองพ่อลูกนักวิทยาศาสตร์ ซึ่งท่าทางสนธยาสลดใจอย่างมากกับการตายของสุระ
“สน...อย่าโทษตัวเองเลยนะลูก”
“แต่ถ้าไม่ใช่เพราะเรา สุระก็คงไม่ต้องตาย”
ศรศิลป์ขยับเข้ามาแย้ง “ไม่จริงหรอกครับ ยังไงพวกนั้นก็ไม่กะจะเก็บสุระไว้อยู่แล้ว ที่จริงถ้าไม่มีการทดลอง เขาอาจโดนไข้โป้งซี้แหงแก๋ไปก่อนหน้านี้แล้วด้วย”
“ไม่ต้องพูดเลย...ศรศิลป์ คุณก็ทำงานรับใช้พวกพรายดำเหมือนกัน ตอนแรกที่พบกัน ฉันหลงนึกว่าคุณเป็นคนดี แต่ที่แท้คุณก็เลวไม่ต่างจากคนพวกนั้น”










