ตอนที่ 4
“โอ้...มาได้เวลาพอดีเลยนะเนี่ย”
“เฮนรี่...บอกแล้วไงว่าห้ามมายุ่งเกี่ยวกับการทดลอง”
“ไม่เอาน่า อย่าใจร้ายกับพี่ชายตัวเองไปหน่อยเลย ฉันก็อยากเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์เหมือนกัน เอ้า ทำอะไรถึงไหนกันแล้ว จัดการต่อเลยสิ”
เวลานั้นพวกเชิดวุธเล่นงานสมุนพรายดำสลบเหมือดแล้วเดินเท้าเรื่อยมาหยุดใกล้กับฐานที่ตั้งห้องทดลองอย่างระแวดระวัง
“ที่ออกจะกว้าง เราจะรู้ได้ไงว่าด็อกเตอร์วิมกับสนธยาถูกจับไว้ที่ไหน”
“ท่าทางเราคงต้องกระจายกันหา แต่ย้ำว่าต้องทำทุกอย่างให้เงียบที่สุด ไปกันเถอะ อีกสิบห้านาทีค่อยกลับมาเจอกันที่นี่” เชิดวุธพูดจบก็ทำท่าจะไป แต่เชษฐ์รีบเรียกไว้
“เดี๋ยวพี่ ก่อนแยกกันไป ผมถามคำสิ พี่วุธมั่นใจใช่ไหมว่าอีตาคนเรือที่พาเรามาจะไม่โทร.มาบอกให้พวกบนเกาะรอต้อนรับเราน่ะ”
“ไม่หรอก”
“ทำไมล่ะครับ ในเมื่อมันพวกเดียวกัน”
“ก็เพราะมันพวกเดียวกันนี่แหละ มันถึงรู้ดีว่าขืนพูดออกไปก็จะโดนไปด้วย โทษฐานที่พาเรามาส่งถึงที่ แถมยังจัดหาอุปกรณ์ดำน้ำให้เราเสร็จสรรพ...ไป!” เชิดวุธตอบเสร็จก็เดินออกจากที่ซ่อนไป รุ้งก้าวตาม และเชษฐ์รั้งท้าย
ooooooo
สนธยานอนบนเตียงแขนขาถูกตรึงไว้ด้วยสายรัดโลหะ มีไอลอยรอบตัว ดร.วิมมองลูกสาวอย่างเศร้าใจ
“สน...ยกโทษให้พ่อด้วย ถ้าพ่อไม่คิดทำเครื่องบ้านี่ขึ้นมาลูกคงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพนี้”
“รีบลงมือเถอะค่ะพ่อ ทุกอย่างจะได้จบๆไปซะที”
ศรศิลป์ แจ๊สมิน เฮนรี่ และคนอื่นๆมองไม่ละสายตา ดร.วิมฉีดยาเข้าไปในสายใส่ยาทั้งน้ำตา ตรงข้ามกับวังเฟยหลงที่มองผ่านกล้องวงจรปิดด้วยความตื่นเต้น
เพียงไม่นานยาก็ออกฤทธิ์ สนธยารู้สึกเจ็บปวดไปทั้งตัว เธอพยายามกัดฟันข่มอาการ ขณะที่คนเป็นพ่อน้ำตาไหลพราก ที่สุดก็ระเบิดเสียงออกมา
“พอ! พอกันที ฉันไม่ทำต่อแล้ว”
เฮนรี่ยกปืนเล็งเขาทันที สั่งให้ทำต่อเดี๋ยวนี้ แต่ ดร.วิมแผดเสียงอย่างอัดอั้น
“ยิงสิ ยิงเลย ฉันทนไม่ไหวแล้ว”
เฮนรี่หันปากกระบอกปืนเปลี่ยนเป้าหมายไปที่สนธยาแทน ดร.วิมตกใจร้องห้ามเสียงหลง แต่เฮนรี่ไม่ลดปืน
“ฉันจะนับหนึ่งถึงสาม จากนั้นก็โป้ง! ทุกอย่างจบ แบบเดียวกับที่ฉันทำกับด็อกเตอร์วิทย์นั่นแหละมาเริ่มกันเลย หนึ่ง...”
ดร.วิมรู้สึกกดดันมาก ศรศิลป์มองด้วยความตื่นเต้น คนอื่นๆในห้องนั้นก็เช่นกัน จนกระทั่งเฮนรี่นับถึงสาม ดร.วิมก็รีบพูดออกมา
“ก็ได้ ฉันจะเดินเครื่องเดี๋ยวนี้แหละ”
การทดลองดำเนินต่อไป แต่แล้วเสียงปืนจากด้านนอกทำให้ทุกคนตื่นตัว
“เกิดอะไรขึ้น รีบออกไปดูสิ”










