ตอนที่ 3
สีดายั่วยวนดนัยเพื่อมัดใจเขาและร่วมมือกับเสี่ยภุชงค์แต่ล้มเหลวไม่เป็นท่าเพราะน้ำหวานกับน้ำแข็งซึ่งแอบตามมาสังเกตการณ์แกล้งโยนรังมดแดงใส่ทำให้ทั้งสีดาและดนัยผละจากกันแทบไม่ทัน!
เปรียวสบายใจขึ้นเมื่อเห็นแก้วแม่แท้ๆยอมกินข้าวและทำใจได้บ้าง กระนั้นความแค้นที่มีต่อเสี่ยภุชงค์ก็ไม่จางหาย สาวห้าวปฏิญาณต่อหน้ารูปถ่ายพ่อและบรรพบุรุษ
“หนูจะไม่ยอมขายที่นาที่เป็นที่ทำกินของปู่ย่าตายายที่อาบเหงื่อต่างน้ำเพื่อลูกหลานเพื่อให้เรามีที่ปลูกข้าว ชาวนาถ้าไม่มีที่นาทำกินก็เหมือนขอทานคอยขอเขากินไปวันๆ หนูรักพ่อนะ หนูรักพ่อ...พ่อเป็นกำลังใจให้หนูด้วย”
แก้วแอบฟังตลอด ตัดสินใจจะสู้เคียงข้างลูกสาว เปรียวเห็นแม่ก็ลุกประคองด้วยความเป็นห่วง
“แม่...นี่แม่ลุกขึ้นมาทำไม แม่เดินได้แล้วหรือ เปรียวดีใจจังเลย...แม่ดีขึ้นแล้ว”
“แม่จะตายไม่ได้ ถ้าแม่ตายแล้วใครจะอยู่กับลำตัด”
ครอบครัวเปรียวตั้งหลักได้อีกครั้งเพราะความรักที่มีต่อกันและต่อสมาชิกคณะลำตัด หินไม่ได้กังวล
หรือคิดถึงเปรียวมาก มุ่งมั่นจะกลับกรุงเทพฯเพื่อนำโครงกระดูกของพ่อแม่และพี่สาวไปชันสูตร กระนั้นเรื่องทุกอย่างยังเป็นความลับ เขาไม่ได้บอกใครนอกจากหาญเพื่อนเก่าว่าจะไปกรุงเทพฯ
“ฉันจะไปสักสองสามวัน แกดูแลหลวงตาให้ด้วยนะ ขากลับฉันจะซื้อใบชามาถวายหลวงตา”
หาญพยักหน้ารับปาก “ได้...ไม่ต้องห่วง หลวงตาน่ะท่านมีคนปรนนิบัติอยู่แล้วตั้งหลายคน ไอ้ดิน ไอ้ดำ หรือแม้แต่สัปเหร่อฉุยหรือท่านมัคนายกผวน แต่ว่า...เปรียวนี่สิ”
“ทำไมฉันต้องห่วงเด็กนั่น”
ท่าทางร้อนตัวของหินทำให้หาญอดไม่ได้ แกล้งยั่ว “แกไม่ห่วงก็ดีแล้ว...เพราะแค่ความห่วงใยของฉันก็มากพอสำหรับเปรียวอยู่แล้ว ไปเถอะ...ฉันรู้ว่าแกจะไปทำอะไรที่กรุงเทพฯ...”
หาญสบตาหินอย่างรู้ทัน หินไม่ได้โต้หรือแสดงท่าทีอะไร...อยากรู้ก็รู้ไป
ooooooo
สีดากับเหล่สืบจนรู้ว่ารังมดแดงปริศนาที่ถูกโยนมาขัดขวางตอนจะเผด็จศึกดนัยเป็นฝีมือน้ำหวานกับน้ำแข็งเลยไปเอาคืนถึงรถที่ขายสินค้าเสริมความงาม หาญผ่านมาเข้าช่วยเลยโดนลูกหลงเป็นฝ่ามือสี่สาวจนน่วมทั้งตัว
หาญหัวเสียมาก หอบใบหน้าบวมฉึ่งเพราะถูกตบกลับวัดบ้านโคก หลวงตาบุญกับมัคนายกผวนซึ่งกำลังหารือกันเรื่องงานวัดประจำปีถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นสภาพหาญ ดำกับดินที่ตามหาญไปด้วยก็สภาพไม่ต่างกัน แต่ทั้งสามหนุ่มก็ไม่มีใครปริปากพูดอะไรเพราะเป็นเรื่องขายหน้า...โดนผู้หญิงรุมตบกลางตลาด!










