ตอนที่ 2
“ไม่เกินไปดอกเจ้าค่ะ ท่านเจ้าคุณลองพิจารณาดูเถิด ชาวโต้ระกี่อย่างดีฉัน แม้จะเรียนรู้ภาษาของคนไทมาดีอย่างไร สำเนียงก็ยังแปลกแปร่งอยู่ แต่หลวงศรีขันทินผู้นี้กลับพูดจาชัดเจนนักแล ที่มาที่ไปก็คลุมเครือ หากไม่เชื่อ ท่านเจ้าคุณก็ลองสืบดูเองเถิด”
ออกญาวังซึ่งสงสัยออกหลวงศรีขันทินที่เป็นคนฉลาดเฉลียวมีความรู้มากผิดจากขันทีทั่วไป มองตามขันทองไปอย่างครุ่นคิด
เช้าวันต่อมา ออกพระราชาข่านรินน้ำชาไปต้อนรับพระยากำแหงที่มาสอบถามเรื่องขันทองที่หน้าเรือน พลางเล่าความเป็นมาของขันทองว่า
“หลวงศรีขันทินผู้นี้มีพ่อเป็นชาวอโยธยา ไปค้าขายที่เมืองโต้ระกี่แล้วได้เมียที่นั่น ต่อมาพ่อแม่ตายหมด ญาติพี่น้องรังเกียจด้วยเห็นเป็นภาระ แลมิใช่ชาวโต้ระกี่โดยแท้ จึงขายมาเป็นขันทีแต่เด็ก ย่อมเป็นธรรมดาอยู่เองที่จะพูดด้วยสำเสียงไทชัดเจน”
พระยากำแหงบอกว่าได้ยินเช่นนี้ก็เบาใจไปได้บ้าง ออกพระราชาข่านถามอย่างระแวงว่าหลวงศรีขันทิน ทำสิ่งใดให้เห็นว่าไม่งามกระนั้นหรือ
“มิใช่ดอกคุณพระ แต่ฉันต้องถามให้แน่ใจ เพราะมีคนแจ้งฉันว่าหลวงศรีขันทินนั้นดูผิดแปลกจากนักเทศน์ขันทีทั่วไป”
ออกพระราชาข่านกลบเกลื่อนว่าคงแปลกไปบ้างเพราะมิใช่คนไทแท้ แลมิใช่ชาวโต้ระกี่แท้ แต่ท่านเจ้าคุณอย่ากังวลเลย ตนเป็นคนไปรับตัวหลวงศรีขันทินด้วยตัวเอง ย่อมเป็นตัวจริงแน่นอน พระยากำแหงขอประทานโทษที่ทำให้คุณพระกังวล เพราะนับแต่สิ้นศึกพระเจ้าอลองพญา ก็มีการกวดขันยิ่งกว่าเดิมเพราะเกรงว่าจะมีจารบุรุษ
แฝงตัวเข้ามา ยิ้มขำๆพูดในตอนท้ายว่า
“แม้การแฝงตัวมาเป็นนักเทศน์ขันทีออกจะเหลือเชื่อไปบ้างก็ตาม แต่ฉันก็ไม่อยากประมาท”
ออกพระราชาข่านยิ้มรับเหมือนไม่มีอะไร แต่แท้จริงแล้วในใจร้อนรุ่ม ระแวงว่าขันทองจะพลาดอยู่แล้ว
ooooooo
ออกพระราชาข่านร้อนใจมากมาถามขันทอง ขันทองบอกว่าออกญาวังเพียงแต่ทำตามหน้าที่ไม่มีกระไรดอก ออกพระท่านอย่ากังวลไปเลย ออกพระราชาข่านย้อนถามว่า ถ้าไม่มีไฟมีหรือจะมีควัน
ขันทองยืนยันว่าตนถือกฎเกณฑ์และขนบ ธรรมเนียมในวังทุกข้อมิเคยบกพร่อง ออกพระราชาข่านถามว่าเอ็งไม่พลาดแล้วเพื่อนเอ็งเล่า พอดีแน่นเดินมา ขันทองมองแน่น บอกว่ามันระวังตัวแจ...แต่พูดไม่ทันขาดคำก็ชะงักเมื่อเห็นแน่นทำกรุ้มกริ่มกับนางข้าหลวงที่เดินผ่านมา นางข้าหลวงเห็นสายตาแน่นก็พากันขวยเขิน
ออกพระราชาข่านโกรธจัดชี้หน้าขันทองปรามว่า
“จำเอาไว้ให้ดี หากหัวของข้าไม่อยู่บนบ่าหัวของพวกเอ็งก็ต้องโดนกุดเช่นเดียวกัน”
เมื่อกลับเข้าเรือนพัก ขันทองตำหนิแน่นที่ทำกรุ้มกริ่มกับนางข้าหลวง แน่นจำต้องยอมรับแลขออภัย แต่ก็กลบเกลื่อนด้วยข่าวดีว่า ตนได้อ่านบันทึกวันที่แม่ของขันทองตาย ทำให้รู้ว่าส่งศพไปที่วัดใดและสัปเหร่อที่รับศพไว้ชื่อกระไร ขันทองตกใจถามว่าแน่นได้อ่านอย่างไร ตนยังไม่รู้เลยว่าผู้ใดเก็บรักษาไว้
แน่นบอกว่าตนรู้ แต่เรายังไม่มีโอกาสออกจากวัง คงต้องอีกแรมเดือนกว่าจะหาสัปเหร่อคนนั้นได้
ขันทองบอกว่าตนจะไปคืนนี้เลย แน่นตกใจถามว่าจำไม่ได้หรือว่านักเทศน์ขันทีห้ามออกจากวังโดยมิได้รับอนุญาตแม้แต่ก้าวเดียว ขันทองยิ้มมั่นใจบอกว่า
“ให้รอถึงคืนนี้ก่อนเถิด เอ็งก็จะรู้เองว่าข้าจะออกไปอย่างไร”










