ตอนที่ 7
“ตอนนี้หนูรีบไปก่อนเถอะ ช้ากว่านี้จะไม่ทัน ไม่ต้องห่วงนะรวิปรียา ไม่ว่าหนูจะเป็นเทพหรือมนุษย์ ตาก็อยู่กับหนู” คุณหลวงพูดจบหายวับไป รวิปรียามีกำลังใจขึ้น เร่งฝีเท้าไปยังจุดหมายตามที่ท่านบอก
ooooooo
ทันทีที่ผีเจ้าฟ้าทิพฉายในร่างปริตตาก้าวเข้ามาในห้องนั่งเล่น ทั้งทรงศิริและชาลีผู้เป็นตามองเป็นตาเดียวกัน โดยมีสารัชกับอรณีนั่งอยู่ที่โซฟาฝั่งตรงข้าม ทรงศิริตำหนิหลานสาวที่เมื่อวานหายไปทั้งวันแถมกลับดึกๆดื่นๆ แล้วหันไปกำชับอรณีให้เตือนลูกบ้างหลานสาวพลเอกชาลีมีแต่ชื่อเสียงไม่ใช่ชื่อเสีย
“หนูไปช่วยงานอาจารย์ภาธร หลานคุณตาไพรัชมาค่ะ”
ทั้งสารัชและอรณีต่างถามถึงอาการของคุณหลวงว่าเป็นอย่างไรบ้าง กลับมาพักฟื้นที่บ้านหรือยัง ผีเจ้าฟ้าทิพฉายตั้งข้อสังเกตว่าคงไม่ได้กลับ อรณีเอ็ดลูกอย่าพูดไม่เป็นมงคลแบบนี้อีก ชาลีรำคาญสั่งให้เลิกพูดถึงเรื่องคนอื่น ตนไปต่างประเทศติดต่องานเป็นเดือนๆ กลับมาก็อยากเจอลูกหลานพร้อมหน้าพร้อมตา
“เรื่องที่ฉันเคยถาม ตัดสินใจหรือยังสารัช หรือเธอจะอิดออดกินอุดมการณ์ไม่มีสมบัติพัสถานอะไรให้ลูกเมียติดตัว” ชาลีจ้องสารัชลูกเขยอย่างรอคำตอบ เขาออกตัวว่าเป็นหมอไม่ถนัดเรื่องการเมืองกลัวจะทำให้ท่านเสียชื่อ อรณีช่วยยืนยันคำพูดของสามีตัวเองอีกแรงหนึ่งว่าเขาถนัดแค่เป็นหมอ ไม่เข้าใจเรื่องการเมือง
ป่วยการจะปฏิเสธเพราะชาลียืนกรานให้สารัชไปลาออกจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลเล็กๆ เพื่อท่าน
จะได้เสนอชื่อเขาไปเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรี ถึงเขาจะไม่ห่วงตัวเองก็น่าจะคิดถึงลูกเมียบ้าง
“อรกับลูกไม่ต้องการทรัพย์สมบัติอะไรนะคะคุณพ่อ”
“ยายอร แกไม่มีแต่ลูกแกต้องมี อนาคตแก
ฉันหมดหวัง แต่อนาคตปริตตาฉันจะปูทางไว้ให้เอง แก
ไม่ต้องยุ่ง ฉันเอาปริตตาไปเดินแบบวันเดียวมีคนวิ่งเข้ามาหาตั้งเท่าไหร่ ทุกคนเห็นออร่าของปริตตาทั้งนั้น ยกเว้นแก เป็นแม่แต่ตาต่ำมองไม่เห็นความเด่นในตัวลูกเลย” ทรงศิริด่าลูกสาวเป็นชุด ผีเจ้าฟ้าทิพฉายในร่างปริตตาขอร้องท่านอย่าว่าอะไรแม่เลย คนเราคิดไม่เหมือนกัน ชาลีตัดบท สั่งอรณีกับสารัชให้ทำตามที่ท่านวางแผนไว้
“ทุกคนต้องฟังฉัน เพราะฉันจะทำให้ครอบครัวเราขึ้นไปอยู่ในจุดสูงที่สุด”
ผีเจ้าฟ้าทิพฉายฟังแล้วเชิดหน้าคอตั้ง ความรู้สึกของการเป็นธิดากษัตริย์กลับมาในสำนึกอีกครั้ง...
ภาธรแวะมาเยี่ยมพ่ออีกครั้งเพราะมีปัญหา
คาใจที่อยากถามหลายข้อ แต่ท่านยังไม่ตื่นขึ้นมาให้ถามอะไรได้ ทินเทพเล่าให้ฟังว่าเมื่อคืนฝันเห็นคุณปู่










