ตอนที่ 7
ภาธรเห็นรวิปรียานิ่งเงียบจึงถามซ้ำว่าถ้าเขาระลึกชาติได้ เธอจะหายไปจากเขาไหม เธอได้แต่ตอบเลี่ยงๆว่าที่ของเธอไม่ได้อยู่ที่นี่ ภาธรอยากรู้ว่าเธออยู่ไหนจะได้ตามไปหาถูก เธอขอร้องไม่ให้ตาม แล้วขยับจะไป เขาขอให้อยู่คุยกันก่อน
“หมดเวลาของฉันแล้ว ภาธร ฉันต้องรักษาสัญญา” พูดได้แค่นั้นรวิปรียาหายตัววับไป ภาธรจะคว้าตัวแต่ไม่ทันคว้าได้แค่อากาศ เดินคอตกไปเปิดลิ้นชักหยิบแหวนพญานาคออกมามองอย่างตัดสินใจ อีกมุมหนึ่งนอกประตูรั้ว ผีเจ้าฟ้าทิพฉายมองเข้ามาในบ้านพึมพำน้ำตาอาบแก้ม
“ออกญา เมื่อใดท่านจะจำสัญญาของเราได้”
ooooooo
ทินเทพไม่รู้จะทำอย่างไรดีกับเรื่องของปริตตา ได้แต่ทำบุญตักบาตรและสวดมนต์หวังให้ผลบุญที่ตัวเองทำช่วยให้เธอรอดปลอดภัย จากนั้นเขาลองนั่งสมาธิตามที่สมุดบันทึกของคุณปู่เขียนไว้...
ทางฝ่ายภาธรหอบเป้สัมภาระไปยังบ้านเรือนไทยทรงขนมผิงที่หนองพราย ชมพูนุททราบข่าวมารอต้อนรับ เขาแจ้งเธอว่าจะมาพักที่นี่สักสองสามวัน รบกวนเธอทำอาหารใส่ปิ่นโตมาวางให้เขาด้วย
“จะอยู่คนเดียวหรือคะ”
“ครับ ผมอยากมาพักอยากคิดอะไรเงียบๆ ไม่อยากให้คนมากวนน่ะครับ”...
ขณะที่ภาธรมุ่งหน้าไปที่โคกร้าง ผีเจ้าฟ้าทิพฉายไลน์ไปถามว่าอยู่ที่ไหนแต่ไม่เห็นเขาอ่านข้อความ เหลือบมองไปยังลูกแก้วมรกตต้องตกใจที่เห็นภาพเขาอยู่ที่หนองพราย รีบคว้ากุญแจรถกับกระเป๋าถือออกจากห้อง วิวรรณกำลังเดินอ่านข่าวในไอแพดผ่านมาเจอพอดี
ร้องทักว่าจะไปไหน พอรู้ว่าไปหนองพรายก็ตกใจ...
เมื่อภาธรมาถึงโคกร้าง หยิบแหวนพญานาคออกจากกระเป๋ากางเกงวางลงบนดินตรงหน้าโดยไม่รู้ว่าเป็นแหวนปลอม พลางเรียกหารวิปรียาอยู่แถวนี้หรือเปล่า เธอแอบมองเขาผ่านหมอกจางๆยามเช้า
“ผมอยู่ที่นี่กับแหวนแล้ว คุณช่วยให้ผมจำอดีตทั้งหมดได้ไหม” พูดจบภาธรลงนั่งทำสมาธิ รวิปรียาที่มองอยู่ห่างๆพึมพำว่าเขาแน่ใจหรือว่าอยากระลึกชาติได้ทั้งหมด เขาไม่ได้ยินที่เธอพูดตั้งสติให้มั่นกำหนด
ลมหายใจเพื่อเข้าสมาธิ บรรยากาศรอบๆนิ่งสงบราวกับโลกหยุดหมุน
รวิปรียาจ้องไปที่ด็อกเตอร์หนุ่มใช้พลังทำให้เขาระลึกชาติได้ เห็นภาพตัวเองเป็นออกญาพิชิตแสนพลพาเจ้าฟ้าทิพฉายหนีภัยศัตรูมาที่หนองพราย เห็นทั้งคู่สนิทชิดเชื้อกัน จนถึงเหตุการณ์ที่เจ้าฟ้าทิพฉายเอาตัวเข้าแลกเพื่อช่วยให้ออกญาพิชิตแสนพลมีชีวิตต่อไป
รวมทั้งตอนที่เขากอดร่างไร้วิญญาณของเธอเอาไว้
รวิปรียามองร่างสั่นเทิ้มของภาธรด้วยความเป็นห่วงว่าจะรับอดีตที่พรั่งพรูเข้ามาไหวหรือไม่...










