ตอนที่ 7
“ดี...คุณหญิง แล้วอย่าให้ปริตตารู้ล่ะเกิดจะหัวดื้อเหมือนแม่ขึ้นมางานใหญ่เราจะเสีย”
สารัชซึ่งแอบฟังอยู่ไม่ชอบใจการกระทำของท่านทั้งสองคนหันหลังจะไป เจอทิศาเดินถือแฟ้มเข้ามา
ก็ตกใจ แก้ตัวน้ำขุ่นๆคิดว่าอรณีอยู่ห้องนี้ แล้วจ้ำพรวดๆ
ออกมา ทิศาไม่พูดอะไรได้แต่มองตาม...
ระหว่างการถ่ายโฆษณา ขุนพลหันไปถาม
ผู้กำกับว่าลืมอะไรหรือเปล่า เขายังไม่ทันจะตอบอะไร รวิปรียาเดินเข้ามาพร้อมกล่องใบโต ขอโทษผู้กำกับด้วยที่มาช้า แล้วหยิบมงกุฎเพชรออกจากกล่อง
“มงกุฎสำหรับเจ้าหญิงค่ะ” รวิปรียาว่าแล้ว
ปรายตามองไปที่ผีเจ้าฟ้าทิพฉายซึ่งทำเชิดหน้าคอตั้ง มองตอบอย่างไม่มีวันญาติดีด้วย...
ทางฝ่ายทินเทพยื่นมือจะไปจับลูกแก้ว แต่ต้องชะงักเมื่ออรณีร้องถามมาจากด้านหลังว่าใช่เล่มนี้หรือเปล่า เขาละสายตาไปมองหนังสือในมือท่าน ส่ายหน้าว่าไม่ใช่ ครั้นหันกลับมามองอีกที ลูกแก้วหายไปแล้ว...
ผีเจ้าฟ้าทิพฉายไม่พอใจที่รวิปรียาเข้ามาป่วนการถ่ายแบบแถมยังเอามงกุฎเพชรเลียนแบบมาให้ตัวเองสวมซึ่งไม่สมกับฐานะปัดมงกุฎที่อีกฝ่ายยื่นมาให้ตรงหน้าตกแตกกระจาย ประกาศกร้าวถ้าผู้หญิงคนนี้อยู่ที่นี่จะไม่ยอมถ่ายแบบต่อ ให้เอาตัวออกไป
“เดี๋ยวผมจะจ่ายค่าเสียหายทั้งหมดให้ร้านคุณ ยังไงตอนนี้...” ขุนพลยังพูดไม่จบรวิปรียาชิงพูดขึ้นก่อน
“ไม่ต้องไล่ค่ะ ฉันแค่มาตามคำสั่ง”
“คำสั่งใคร” ผีเจ้าฟ้าทิพฉายตวาดเสียงเขียว
รวิปรียายียวนคงเป็นสวรรค์สั่งมาแล้วหันหลังเดินจากไป
ผีร้ายแค้นใจไม่หายวิ่งตาม คนอื่นจะตามมาด้วยแต่เธอใช้พลังทำให้หยุดนิ่งกันไปหมด จากนั้นวิ่งตามรวิปรียาจนทัน สองสาวมีปากเสียงกัน การโต้เถียงกันครั้งนี้ทำให้ผีเจ้าฟ้าทิพฉายรู้ว่า รวิปรียากลายเป็นนางฟ้าตกสวรรค์ไปแล้ว ไม่มีอำนาจใดๆจะต่อกรกับตนเอง ในเมื่อรวิปรียากลายเป็นคน เธอขู่จะฆ่าทิ้งให้สิ้นซาก
รวิปรียาหากลัวไม่เชิญฆ่าตามสบาย ผีเจ้าฟ้าทิพฉาย
แค่สะบัดมือนางฟ้าตกสวรรค์กระเด็นสามตลบลงไปกองกับพื้น
“อย่าเพิ่งรีบตาย ค่อยๆอยู่จนวันที่เจ้าเป็นคนสูญเสียทุกอย่างแม้กระทั่งชีวิต แล้วเจ้าจะเข้าใจว่าข้าไม่ใช่คนผิด” ดวงตาของผีเจ้าฟ้าทิพฉายเปล่งพลังแสงสีแดงวาบออกมา รวิปรียาไม่กล้าสู้สายตาต้องก้มหลบ พอเงยหน้าขึ้นมองอีกทีเธอหายไปแล้ว อึดใจผีร้าย
ไปปรากฏตัวที่กลางสตูดิโอ ทุกคนที่ยืนตัวแข็งเพราะอำนาจของเธอเริ่มขยับตัวได้ ภาธรที่ถูกเธอสะกดจิตค่อยๆเดินเข้ามาหา










