ตอนที่ 3
“ภาธรรีบออกไปจากที่นี่” สิ้นเสียงรวิปรียา ภาธรขยับจะไป
“ไม่...ออกญา อย่าทิ้งข้าให้รอท่านที่นี่ ข้ากลัว ข้าหนาว” ผีเจ้าฟ้าทิพฉายคร่ำครวญ ภาธรหันกลับมามอง พลางเรียกชื่อ
“ทิพฉาย” ออกมาโดยไม่รู้ตัว เธอดีใจมาก ในที่สุดเขาก็จำเธอได้ รวิปรียาเห็นท่าไม่ดีสะบัดมือใส่แสงสีขาวโดนร่างผีเจ้าฟ้าทิพฉายถึงกับร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด
ก่อนที่รวิปรียาจะจัดการผีเจ้าฟ้าทิพฉายได้อย่างราบคาบ ท้าวสุยามเทวธิราชในฐานะผู้ปกครองยามาภูมิ กับเหล่านางฟ้าและเทวดาใช้อำนาจดึงเธอกลับสวรรค์ พร้อมกับต่อว่าว่ากำลังทำผิดกฎสวรรค์ เธอไม่มีสิทธิ์ห้ามสิ่งที่จะเกิดขึ้นระหว่างชายหญิงที่ผูกพันกันคู่นั้น
“ท่านพ่อคะ ภาธรเป็นคนดีเขาไม่ควรถูกครอบงำด้วยอำนาจความรักความลุ่มหลงของเจ้าฟ้าทิพฉาย”
ท้าวสุยามเทวธิราชตำหนิลูกสาวว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง เป็นคนบอกกับนางผู้นั้นว่าอย่าทำผิดอย่าฝืนกฎธรรมชาติแต่ตัวเองกลับทำผิดเสียเอง สั่งให้หยุดคิดช่วยเหลือผู้ชายคนนั้นได้แล้ว เธอแย้งว่าไม่ได้คิดเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของภาธรเพียงแต่จะผ่อนหนักให้เป็นเบา
ถ้าเทพอย่างเรานิ่งดูดายเรื่องวุ่นวายจะเกิดขึ้นไม่รู้จบ
“เจ้าคิดผิดแล้วรวิปรียา ไม่มีใครกำหนดโชคชะตามนุษย์ได้แม้แต่เทพ”...
ระหว่างที่รวิปรียากำลังต่อปากต่อคำกับท้าวสุยามเทวธิราชอยู่บนสวรรค์ชั้นที่ 3 ผีเจ้าฟ้าทิพฉายซึ่งอยู่ที่กระท่อมกลางโคกร้างเห็นภาธรที่เหมือนตกอยู่ในภาวะกึ่งฝันกึ่งจริง เอาแต่จ้องแหวนพญานาคที่ตกพื้น
“ออกญา อย่าทิ้งข้าไว้ที่นี่ ท่านไม่สงสารข้าคนที่รอท่านเลยหรือ” แม้ร่างกายของผีเจ้าฟ้าทิพฉายจะอ่อนแรงจากถูกรวิปรียาเล่นงาน แต่เสียงยังคงทรงไว้ซึ่งอำนาจเหนือภาธร ทำให้เขาก้มเก็บแหวนใส่กระเป๋ากางเกง รวิปรียาที่มองลงมาจากสวรรค์รู้สึกผิดหวังที่เห็นเขาเก็บแหวนอาถรรพณ์วงนั้นไว้ ขณะที่ผีเจ้าฟ้าทิพฉายยิ้มพอใจ เงาดำที่ครอบคลุมภายในกระท่อมค่อยๆจางหายไป
ภาธรมารู้สึกตัวอีกทีเห็นตัวเองยืนอยู่หน้ากระท่อมร้าง ไม่เห็นร่างใครแถวนั้น มองไปรอบๆด้วยความงุนงงสงสัยมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร สะบัดหัวเพื่อเรียกสติ หยิบกล้องขึ้นมาเก็บภาพบริเวณนี้ไว้ มองไปที่เนินต้นไม้ใหญ่ เอามือแตะที่พื้นรู้สึกใจกระตุกวูบ เห็นภาพตัวเองเป็นออกญาพิชิตแสนพลกอดร่างไร้วิญญาณของเจ้าฟ้าทิพฉายแวบเข้ามาในความคิด ถึงกับผงะ นึกถึงภาพเงาดำของหญิงสาวผมยาวในรูปถ่ายติดวิญญาณขึ้นมา
“คิดมากไปหรือเปล่าวะ” ภาธรถ่ายภาพอีกสักพัก ตัดสินใจกลับเรือนไทย มีลมพัดมาเบาๆ ผีเจ้าฟ้าทิพฉายเคลื่อนกายมาโอบเขาจากด้านหลังซบไหล่ยิ้มสมหวัง “เราจะไม่พรากจากกันอีกแล้ว ออกญา”










