ตอนที่ 3
“ทำไมต้องเป็นไอ้พล...ตั้งแต่เมื่อไหร่ นานแค่ไหนแล้วที่รู้ตัวว่ารักกัน ปีนึง สองปีหรือนานกว่านั้น” นรีนิ่งเขาถามย้ำเสียงกร้าวจนเธอโพล่งขึ้นว่า
“มันไม่สำคัญหรอกค่ะ ว่ารี...รักพี่พลนานหรือยัง แต่รีจะเดินออกไปจากชีวิตพี่พลเอง พี่วัตรอย่ากังวลเลย พี่วัตรไม่ต้องห่วงว่าจะต้องเจอเรื่องกระอักกระอ่วนใจ พี่พลเป็นเพื่อนรักพี่วัตร รีจะไม่ทำอะไรที่เป็นการทำลายความสัมพันธ์ของพวกพี่แน่ๆ” นรีปาดน้ำตาเดินจากไป
พอกลับมาที่โรงแรม นรีเจอทรงพลรออยู่และต่อว่าโทร.หาไม่รับสายเขาเป็นห่วง ทรงพลเหมือนให้โอกาสนรีพูดแต่เธอไม่คิดจะพูดทำให้เขาหน้าเครียดลงเพราะได้ยินสิ่งที่นรีกับปวัตรคุยกัน หวนนึกถึงที่นรีเคยถามเรื่องเขากับปวัตรชอบผู้หญิงคนเดียวกันแล้วจะทำอย่างไร...ทรงพลเสียใจเพราะคำตอบของเขาคือ เขาคงถอยเพราะไม่อย่างนั้นปวัตรก็จะต้องถอย...
คืนเดียวกันปวัตรเสียใจดื่มจนเมาแล้วถือขวดเบียร์สองขวดมาเคาะห้องลวิตาชวนเธอดื่มเป็นเพื่อน เมื่อเธอเห็นเขาเมาก็ไล่เขากลับห้อง เขากลับล้มตัวลงนอนบนเตียงเธอแล้วดึงเธอล้มลงไปด้วย ลวิตาตกใจโวยใส่ เขาทำเสียงชู่ว์ให้เธอเงียบ หน้าเขาอยู่ห่างกับเธอแค่คืบ
“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าคุณมีปัญหาอะไร แต่การดื่มเหล้าไม่ใช่การแก้ปัญหา มันอาจจะทำให้คุณลืมแต่ก็แค่คืนนี้ พอพรุ่งนี้เช้าคุณก็จะจำได้อีกครั้ง”
“คุณรู้ไหมว่าผมมาเชียงคานทำไม ผมมาเพราะต้องการลืม แต่ยิ่งผมหนีความจริงมันก็ยิ่งมาตอกย้ำ” น้ำตาลูกผู้ชายเอ่อ เขาขอให้เธออยู่เป็นเพื่อน เธอรู้สึกเห็นใจยอมให้เขาอยู่ในห้องได้
รุ่งเช้านรีเดินมาเคาะห้องทรงพล มีพนักงานเดินเข้ามายื่นจดหมายให้ นรีรับมาเปิดอ่านข้อความว่า “พี่เลื่อนไฟลท์กลับกรุงเทพฯให้รีเป็นตอนบ่ายวันนี้เรียบร้อยแล้ว พี่จะอยู่จัดการงานที่นี่ต่ออีกสองวันแล้วถึงจะกลับไป ถ้าไงฝากงานที่กรุงเทพฯด้วย” นรีอ่านแล้วรู้สึกสังหรณ์ใจ
ปวัตรตื่นขึ้นมาตกใจเมื่อพบว่าตัวเองนอนอยู่ห้องคนอื่น ลวิตาเข้ามาถามว่าจำอะไรไม่ได้จริงหรือ แล้วโวยที่ทำให้เธอต้องนอนบนโซฟาทั้งคืน ปวัตรรีบขอโทษแย็บถามว่าเขาพูดอะไรออกไปบ้าง ลวิตาชะงักแล้วบอกเขาเอาแต่นอนกรน แต่ความจริงแล้วเขาเพ้อทั้งคืนว่าทำไมนรีไม่รักเขา ปวัตรขอบคุณลวิตาที่ไม่ไล่เขากลับห้อง










