ตอนที่ 6
“หมวดพูดเหมือนใจฉันเลยค่ะ ฉันก็คิดแบบนั้น เพราะมันไม่มีทางอื่นอีกแล้ว แต่ลดาไม่มีใคร ฉันก็เลย...เอ้อ...เสนอให้คุณทัฬห์แต่งงานกับลดาเสียเลย หมวดคิดว่ายังไงคะ” สร้อยทองมองลุ้น
“ถ้าพี่อยากช่วยเฟื่องลดาจริงๆ ก็คงมีทางนี้ทางเดียวล่ะครับ ไม่งั้นก็คงต้องยกเฟื่องลดาให้เสี่ยนภ”
“พูดบ้าๆ” ทัฬห์โพล่งดังมากจนไทว์กับสร้อยทองมองขวับ ทัฬห์รู้สึกตัวชะงักนิ่งไป ไทว์พูดต่อให้ผ่อนคลายว่า
“ยังมีเวลาคิดอีกหนึ่งวันกับหนึ่งคืนนะครับ”
ทัฬห์อึ้ง ไทว์กับสร้อยทองเดินออกมาพร้อมกัน พอพ้นห้องสร้อยทองรีบขอบคุณไทว์ที่ช่วยพูดกับทัฬห์ ไทว์บอกว่าตนไม่ได้ช่วยสร้อยทอง แล้วขอตัวแยกไปเลย
“โธ่เอ๊ย...คิดว่าฉันดูหมวดไม่ออกเหรอ คงจะชอบยัยสนเข้าแล้วล่ะสิ ถึงได้พยายามจับคู่ให้พี่ชายกับยัยลดา ได้หมวดไทว์เป็นกองหนุนแบบนี้ ยังไงคุณทัฬห์ก็ต้องตอบตกลงแต่งงานกับยัยลดาแน่ๆ ทีนี้ก็เหลือแต่แค่ทำยังไงให้ยัยลดายอมแต่งงานกับคุณทัฬห์”
สร้อยทองฝันเฟื่องยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่คนเดียว
ooooooo
เฟื่องลดากับลูกแก้วสอนและเรียนภาษาเกาหลีกันอย่างสนุกสนาน ทัฬห์ไปดูและอยากจะเข้าไปคุยกับเฟื่องลดา แต่ก็ไม่แน่ใจเพราะทั้งสองกำลังเรียนกันอย่างอินมาก
มณฑิราเอาลูกแก้วบังหน้า มาถึงก็ถามดวงใจว่าลูกแก้วอยู่ไหน พอรู้ว่ากำลังเรียนภาษาเกาหลีอยู่ก็เปลี่ยนเป็นถามว่าทัฬห์ไม่ได้ไปไหนใช่ไหม เห็นรถจอดอยู่
ดวงใจถามสาว่าทัฬห์ไปไหน สาบอกว่าเห็นเดินไปทางห้องนั่งเล่น สงสัยไปดูคุณหนูลูกแก้วเรียนกับคุณครูลดาอยู่ ดวงใจให้สาไปเรียนคุณทัฬห์ว่ามณฑิรามา
“ไม่ต้องจ้ะสา เดี๋ยวฉันไปเอง อยากดูเหมือนกันว่าคุณครูลดาจะสอนดีซักแค่ไหน” พูดแล้วมณฑิราเดินลิ่วไปเลย ไปถึงหน้าห้องนั่งเล่นเห็นทัฬห์แอบดูเฟื่องลดาสอนภาษาเกาหลีลูกแก้วอยู่ก็ชักสีหน้าไม่พอใจ
พอทัฬห์หันมา มณฑิราก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นปกติ บอกทัฬห์ว่าผ่านมาแถวนี้เลยแวะมาดูลูกแก้ว ไม่นึกว่าเขาจะอยู่บ้านเพราะปกติงานยุ่งไม่ใช่หรือ
ทัฬห์บอกว่าวันนี้เฟื่องลดามาสอนพิเศษภาษาเกาหลีให้ลูกแก้ววันแรกเลยมาดูหน่อย มณฑิราบอกให้ลูกแก้วเรียนเสร็จก่อนไม่อยากเข้าไปรบกวนสมาธิ ทัฬห์จึงชวนไปทานของว่างกัน
ทัฬห์พาไปนั่งที่โต๊ะสนามหน้าคฤหาสน์ มณฑิราแอบมองทัฬห์ที่คนกาแฟสีหน้าครุ่นคิด
“คุณไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนนะคะทัฬห์
นังเด็กเฟื่องลดามันมีอะไรดี ถ้าฉันช้ากว่านี้มันคงคว้าคุณไปกินแน่ๆ” มณฑิราคิดเครียด พอทัฬห์เงยหน้าเห็นก็ถามว่า
“มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“มีค่ะ เรามาคุยกันตรงๆดีไหม คุณกับมณ
ก็รู้จักกันมานาน”
ทัฬห์ถามว่าจะพูดอะไรหรือ มณฑิราตัดสินใจพูดเสียงจริงจัง
“มณอยากพูดเรื่องคืนนั้นที่ชะอำ มณไม่ได้เบลอเพราะพิษไข้ มณรู้สึกดีกับคุณจริงๆ แล้วคุณล่ะคะ คุณคิดยังไงกับมณ”
ทัฬห์ตอบตรงๆว่าตนรู้สึกดีๆกับเธอ แต่ในฐานะเพื่อนสนิทของภรรยาเท่านั้น ตอบแล้วเห็นเธอหน้าเจื่อน ทัฬห์กุมมือไว้ เอ่ยปลอบโยน
“เชื่อผมเถอะครับคุณมณ ความเป็นเพื่อนระหว่างเราจะยั่งยืนกว่าความสัมพันธ์แบบคนรัก”
“โอเคค่ะ” มณฑิราฝืนยิ้มเศร้า “มณเข้าใจ คิดซะว่ามณไม่ได้พูดก็แล้วกันนะคะ เราจะยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันนะคะทัฬห์”
“แน่นอนครับ”
ooooooo










