ตอนที่ 8
เที่ยงวันคลำรอยแผลเป็นที่ข้อมือเมื่อนึกถึงวันเก่าๆที่เขาขาดสติ เสียงหมอตามปลุกเขาให้ตื่นจากภวังค์
“วันที่เราผิดหวังเสียใจ เราอาจขาดสติได้ เวลาและประสบการณ์ชีวิตจะสอนเราให้รู้จักควบคุมจิตใจของเรา ให้เรานึกถึงคนรอบข้างก่อนจะตัดสินใจทำอะไรลงไป หมออยากให้คุณเที่ยงนึกถึงความทุกข์ของคนรอบข้างเมื่อวันนั้นให้มากๆ หมอเชื่อนะว่าคุณเที่ยงพร้อมแล้วที่จะมีชีวิตใหม่”
“งั้นผมยังต้องบำบัดกับคุณเงินยวงต่อหรือเปล่าครับ คุณเงินยวงคงไม่พอใจที่ผมไม่มีความรับผิดชอบไม่มาตามที่นัดไว้”
“ครับ...อย่ากังวลเลยนะครับ คุณเที่ยงก็ทำนัดมาปกติ”...
ขณะเที่ยงวันถูกหมอตามอบรมชุดใหญ่ เอนมาหาดวลที่ทำงาน ขอร้องให้รับงานแสดงเป็นคู่เกย์กับตนเอง เขาปฏิเสธหัวเด็ดตีนขาดจะไม่รับงานแสดงแบบนี้ เอนต่อว่าเขาว่าไม่มีน้ำใจ ทีตนช่วยเขาทุกอย่างแต่พอตนขอให้ช่วยเรื่องแค่นี้กลับไม่ยอมช่วยแล้วตีอกชกตัว ดวลต้องเข้าไปห้าม
“พอเถอะๆ กูจะไปอธิบายให้เขาฟังเอง พรุ่งนี้ได้ไหม พรุ่งนี้วันหยุดของกู”
“เออๆ มึงไปฟังเงื่อนไขก่อน มึงอาจเปลี่ยนใจก็ได้” เอนมองเพื่อนซี้อย่างมีความหวัง...
ทางด้านเงินยวงหงุดหงิดเรื่องเที่ยงวันไม่หาย กลับบ้านมาเห็นพี่ชายนั่งใจลอยอยู่ในห้องรับแขกก็เลยพาลใส่ถ้าว่างมากนักน่าจะไปดูแลแฟนตัวเอง หัดทำตัวเป็นคนรักที่ดีบ้าง ลำธารไม่พอใจ ไม่ใช่เรื่องอะไรของเธอสักหน่อยอย่ามายุ่ง สองพี่น้องมีปากเสียงกันรุนแรงถึงขนาดลำธารขว้างปาข้าวของระบายอารมณ์ ยี่สุ่นได้ยินเสียงโครมครามเข้ามาดูก็ตกใจมาก เงินยวงไม่เคยเห็นพี่ชายขาดสติขนาดนี้ โผกอดแม่อย่างขวัญเสีย
“อะไรกันนะ ตั้งแต่เล็กจนโตไม่ทะเลาะกัน แล้วทำไม...เอาเถอะๆ มีแขกมาหาเราแน่ะ ไปรับแขกก่อน”
เงินยวงมองผู้เป็นแม่งงๆว่าใครกัน ครู่ต่อมา เธอเดินมาที่โต๊ะสนามหน้าบ้านเจอหมอตามนั่งรอท่าอยู่ ถามว่ามาทำไม เขาแค่จะมาเตือนสติเธอเรื่องเที่ยงวัน เธอเป็นนักจิตบำบัด ควรจะทำให้คนไข้รู้สึกดีขึ้นไม่ใช่แย่ลง ไม่ว่าเธอจะรู้สึกอย่างไรกับคนไข้ก็ตาม แต่งานก็คืองานต้องแยกแยะให้ได้
“ถ้าเกิดคนไข้กำลังมีทุกข์หนักมาแล้วมาเจอคุณใส่อารมณ์แบบนี้ เขาไม่แย่เหรอ ถ้าคนไข้เกิดคิดสั้นขึ้นมาจะทำยังไง หมอเข้าใจความรู้สึกของคุณนะ แต่คุณเที่ยงเขาไม่รู้ความรู้สึกของคุณหรอกถ้าคุณไม่บอก”
“หมอรู้!! น่าอายจังเลย”
“ไม่ต้องอายหรอก คุณเป็นคน คุณมีความรู้สึกจะรู้สึกดีกับใครก็ไม่เห็นแปลก ก็เหมือนหมอ หมอก็เป็นคนไม่ใช่หุ่นยนต์ หมอก็มีความรู้สึก ถ้าหมอจะรักจะชอบใครก็คงไม่แปลกใช่ไหมครับ”...
แทนที่จะโทษลูกตัวเอง ยี่สุ่นกลับโยนความผิดไปให้เดือนสิบหาว่าเป็นต้นเหตุให้เขากลายเป็นคนเกรี้ยวกราด เตือนว่าเราเป็นผู้ดี อย่าให้ใครมาดึงความมืดดำในใจเราออกมา เขาลุกพรวด
“ถ้าเป็นผู้ดีแล้วชีวิตมันยุ่งยากขนาดนี้ ผมก็ไม่อยากเป็นมันแล้ว” พูดจบลำธารเดินหนีขึ้นห้อง ยี่สุ่นไม่พอใจมากที่เขาแสดงกิริยาแบบนี้ ยิ่งทำให้เธอเกลียดเดือนสิบมากขึ้น










