ตอนที่ 8
ส่งเดือนสิบที่บ้านเรียบร้อย เที่ยงวันมาหาเงินยวงที่โรงพยาบาล เธอเงยหน้ามองเขาสีหน้าเฉยเมย
“ฉันว่าคุณคงไม่ต้องการคำปรึกษาหรือการบำบัดจากฉันแล้วล่ะค่ะ”
เที่ยงวันงงทำไมถึงเป็นอย่างนั้น เงินยวงเห็นว่าเขาหายดีแล้วดังนั้นเธอจึงหมดประโยชน์ เขาสงสัยเธอไม่พอใจเขาเรื่องอะไรหรือเปล่า เรื่องที่เขาไม่ได้มาตามนัดเมื่ออาทิตย์ที่แล้วหรือที่เขาผิดนัดที่บ้านโอบอุ้ม เธอไม่ตอบแถมไม่ยอมสบตาด้วย เขารู้สึกเหมือนถูกไล่ทางอ้อม จึงลุกขึ้นขอตัวกลับก่อน เงินยวงเดินออกมาส่งด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ หมอตามเดินผ่านมาเห็นก็ร้องทักหายไปไหนมาไม่ได้เจอกันนาน
“ผมติดธุระนิดหน่อยครับ”
“ธุระ...ธุระของคนอื่นน่ะสิ ไม่รักตัวเอง” แดกดันจบเงินยวงสะบัดหน้าใส่เดินจากไป หมอตามร้องถามว่าจะไปไหน เธอไม่วายว่าประชดเที่ยงวันอีกว่าเลิกงานแล้วก็ต้องกลับบ้านไม่ได้มีธุระเยอะเหมือนคนอื่น
หมอตามเห็นสีหน้าเจื่อนๆของเที่ยงวันก็พอเดาออกว่าเกิดอะไรขึ้น ชวนไปคุยกันต่อที่มุมปลอดคน เขายอมรับผิดว่าเหลวไหลไปหน่อยไม่ยอมมาบำบัด ต่อไปเขาจะรับผิดชอบเรื่องของตัวเองให้มากกว่านี้ หมอตามไม่ได้จะตำหนิอะไรเขา เพราะการช่วยเหลือคนอื่นให้เลิกยาเป็นสิ่งดี แต่เขาต้องทำด้วยความมีสติ อย่าคาดหวังและเมื่อผิดหวังเขาต้องเข้มแข็งและรับมือกับมันให้ได้อย่าหวนกลับมาใช้ยาอีก เที่ยงวันยิ้มๆ
“แม่ฟ้องทุกเรื่องเลยสิครับ”
“แม่ก็คือแม่นะครับ แต่หมอก็เห็นด้วยกับคุณแม่นะครับ อย่าให้ประวัติศาสตร์กลับมาซ้ำรอยอีก คนเป็นแม่ไม่มีอะไรจะเจ็บเท่าเห็นลูกเจ็บอีกแล้วนะครับ”
เที่ยงวันนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตขึ้นมาทันที ตอนนั้นเขาเพิ่งกลับจากเยี่ยมเมฆเด็กชายที่เขาขับรถชนตอนเมายา ร้องไห้ฟูมฟายที่แม่ของเมฆไม่ยอมยกโทษให้
เขาจิตตกอย่างหนัก รอจนได้อยู่คนเดียวลำพังในห้อง เอามีด เชือดข้อมือตัวเอง ทูลเอะใจวิ่งขึ้นมาดูโดยมีสวาทวิมลตามมาด้วย ครั้นเห็นสภาพลูกมีเลือดไหลจากข้อมือสองข้างนองพื้น เธอตกใจแทบสิ้นสติโผกอดลูกร้องไห้โฮ...
ที่ห้องพักฟื้นผู้ป่วยเที่ยงวันจิตตกมากขึ้นที่ไม่สามารถจบชีวิตตัวเองลงได้ จึงเพ้อหาแต่ยาเสพติด พยาบาลสองคนต้องช่วยกันจับตัวเขาไว้ไม่ให้ดิ้น หมอตามจะให้ยาคลายเครียดกับเที่ยงวันเพื่อให้ได้หลับพักผ่อนได้ สวาทวิมลเห็นลูกทรมานจากอาการอยากยาก็ทนไม่ไหวขอให้หมอตามให้ยาเสพติดลูกไปเลยอย่าให้เขาต้องทรมาน ทูลเตือนให้เธอมีสติหน่อย
“แต่เมื่อยาหมดฤทธิ์ เขาก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม”
สวาทวิมลเสนอให้ยาไปเรื่อยๆ หมอตามเล่าให้ฟังว่ามีการรักษาผู้ป่วยติดยาเสพติดในลักษณะนี้เหมือนกันในต่างประเทศ แต่มันเท่ากับเป็นการเลี้ยงไข้ หมอจะให้ยาเสพติดในปริมาณที่ลดลงเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันก็ดูแลสุขภาพของคนไข้ให้สามารถใช้ชีวิตต่อไปโดยไม่ทรมานกับอาการอยากยา
แต่มีข้อเสียตรงที่ว่าคนไข้จะไม่สามารถเลิกยาเสพติดได้เด็ดขาด ถ้าวันหนึ่งคนไข้เกิดรู้สึกว่าการมารักษาที่โรงพยาบาลไม่ตอบโจทย์ ไม่มีความสุขเท่าเสพเอง การรักษาก็ล้มเหลว ทูลไม่ต้องการให้ซื้อเวลาอยากให้ลูกถอยห่างจากยาเสพติดให้เร็วที่สุด สวาทวิมลทนเห็นลูกเจ็บปวดไม่ไหว หากเจ็บแทนได้เธอขอเจ็บเองแล้วโผกอดลูกร้องไห้










