ตอนที่ 7
กำพลกับซาเงหาทางออกจากป่าจนกระทั่งมาถึงเนินเขาแล้วพบกลุ่มคนกับรถคันหนึ่ง สองคนดีใจทำท่าจะเข้าไปขอความช่วยเหลือ แต่กลายเป็นเกือบโดนพวกมันยิงตาย
ที่แท้คนกลุ่มนี้คือพวกค้ายาเสพติดนำโดยเสมกับสิงห์ พวกมันไม่ปล่อยผู้ล่วงรู้สองคนนี้ไปแน่ กำพลกับซาเงเลยตกที่นั่งลำบากโดนตามล่าจนต้องวิ่งหนีกันหัวซุกหัวซุน
ส่วนที่แคมป์ของเสี่ยสวัสดิ์ ดอนกับดาวกลับมารายงานว่าพวกตนตามรอยพิมพ์สายไปทันที่ชายแดน จะได้ตัวเธออยู่แล้วถ้าไม่มีคนมาช่วยพวกมันไว้ได้อีก
“ใคร...ช่วยพวกมัน”
“เสือคล้อยพ่อมันไงครับ”
“ไอ้คล้อยอีกแล้วเหรอ แบบนี้มันจะต้องฉิบหายกันไปข้าง” สวัสดิ์กัดฟันกรอด ขณะที่อรรถสบตาดอนก่อนตั้งคำถามว่าจะทำยังไงดี ดอนเสนอทันที
“ผมว่าเราแบ่งกันเป็นสองสายติดตามดีไหมครับ ผมไม่แน่ใจว่าพวกมันจะพาคุณพิมพ์ข้ามฝั่งไปทางฝั่งพม่า หรือย้อนกลับมาที่บ้านของมันครับ”
“เอาแบบนี้นะ ผมจะพาคนไปบ้านไอ้เสือคล้อย ส่วนปลัดพาคนตามไปที่ฝั่งพม่า มันต้องเจอ ไม่ว่าทางคุณหรือทางผม”
“ก็ดีครับ เอาตามที่คุณอาว่าเลยครับ” พูดจบอรรถหันไปสบตาดอนและดาวเหมือนจะส่งซิกให้กันว่าเข้าแผน!
ooooooo
พิมพ์สายยังคงอยู่กับจอปาที่เมืองเย จอปาพาเธอย้อนรำลึกเหตุการณ์หลายอย่างเกี่ยวกับเม้ยเจิง ในขณะที่กำพลกับซาเงก็ยังวนเวียนอยู่ชายป่าหาทางออกไม่ได้สักที ต้องอาศัยกล้วยป่าประทังความหิวไปหลายมื้อ
อีกทางที่อูซานอยู่กับอากาพะโย สองพ่อลูกกำลังมุ่งหน้ากลับเมืองเยบ้านเกิด อยู่ดีๆอูซานรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอก เจ็บๆจุกๆเหมือนมีใครสักคนกำลังเรียกชื่อเขา
อากาพะโยมองหน้าลูกชายอย่างกังขา แล้วยกมือขึ้นมานับนิ้วคำนวณดวงชะตาของอูซาน
“หรือว่าจอปามันค้นพบอะไรที่มันเกี่ยวข้องกับเอ็ง หรือไม่ก็เจ้าพ่อหม่องโปตูที่บ้านเรา”
“ทำไมพ่อคิดอย่างนั้น”
“เพราะข้ารู้สึกว่าจอปามันหายไป ปกติแล้วมันจะต้องตามหาเอ็งกับข้า กว่าสามสิบปีมาแล้วที่มันไม่เคยคลาดกับเราไปหลายวัน แต่ตอนนี้มันหายเงียบไป”
“ตาแก่นั่นอาจจะโดนอะไรฆ่าตายในป่าแล้วก็ได้”
“คนอย่างจอปามันหนังเหนียว แม้จะรู้ว่ามันฆ่าเอ็งไม่ได้ แต่มันก็ล่าเอ็งไม่เลิกมากี่สิบปีแล้ว”
“แล้วพ่อจะให้ข้าทำยังไงดี”
“ข้าไม่มั่นใจว่าคนที่ส่งเสียงเรียกเอ็งคือเจ้าพ่อหม่องโปตูหรือว่าจอปามันทำพิธีกรรมอะไร แต่ถ้าจะให้แน่ เรากลับไปบ้านกัน ที่นั่นจะให้คำตอบเราได้ กลับไปทำพิธีบูชาหม่องโปตูเพื่อขอขมาท่าน แล้วต่อจากนั้นเอ็งจะไปไหนก็ได้พ่อไม่ว่า”










