ตอนที่ 7
รุ่งเช้าซาเงตื่นนอนพบว่าตัวเองกอดซบอยู่กับอกกำพลก็เขินอายจนแทบไม่กล้าสู้หน้า ส่วนตะวันกับยองตะมุที่คลาดกับพิมพ์สายที่ไปกับจอปาก็เร่งตามหากันต่อ
จอปาพาพิมพ์สายไปเมืองเยบ้านของตนที่ทิ้งร้างมานานมาก
“บ้านลุงเหรอ มันดูแปลกตานะ อย่างกับไม่ใช่ฝั่งไทย”
“ก็ที่นี่เป็นฝั่งพม่า ที่นี่เมืองเย เป็นหมู่บ้านชาวมอญ”
“อะไรนะลุง นี่เราข้ามมาฝั่งพม่าแล้วเหรอ แล้วจะไม่โดนทหารจับไปเหรอคะ”
“ไม่หรอกมั้ง คนมอญก็หน้าตาเหมือนคนไทย ข้ามไปข้ามมาค้าขายกันมานานคงไม่มีปัญหาอะไรหรอก จะน่ากลัวก็พวกขนฝิ่นเท่านั้น”
“แล้วทำไมลุงไม่พาหนูกลับไปฝั่งสังขละล่ะมาที่นี่ทำไม”
“เราหนีพวกมันมาทางนี้ข้าชำนาญและใกล้ที่สุด ที่นี่บ้านข้ายังไงก็น่าจะปลอดภัยกว่าไปที่อื่น เอาไว้เรื่องสงบข้าจะพาไปสังขละนะ”
“ค่ะลุง” พิมพ์สายรับปากโดยดีเพราะเชื่อใจและรู้สึกอบอุ่นเมื่ออยู่ใกล้จอปา
เมื่อเข้าไปในบ้านเธอเห็นรูปผู้หญิงหน้าเหมือนตัวเองในชุดนางรำสวยงามก็ตกใจ ถามจอปาว่ารูปนั้นคือใคร
“นั่นลูกสาวข้าเอง ชื่อเม้ยเจิง”
“ลูกสาวลุง...แล้วเขาอยู่ที่นี่ไหมคะ”
“ลูกข้าตายแล้ว ตายไปสามสิบกว่าปีแล้วแม่หนู”
พิมพ์สายหดหู่และเศร้าใจอย่างบอกไม่ถูก จู่ๆรู้สึกเหมือนบ้านหมุน เพ่งมองรูปเม้ยเจิงจนวิงเวียนและเป็นลม หมดสติในอ้อมแขนของจอปาที่ผวาเข้ามาประคอง
ผ่านไปไม่นานพิมพ์สายรู้สึกตัวแต่ยังมึนหัว มองไปยังโต๊ะเครื่องแป้งเห็นผู้หญิงในชุดชาวมอญโบราณนั่งเติมแต่งเครื่องประทินผิว เธอลุกเดินไปมองดูผู้หญิงในกระจก พบว่าหญิงคนนั้นคือเม้ยเจิงผู้ซึ่งมีลักษณะหน้าตาเหมือนกับตนเองทุกอย่าง










