ตอนที่ 7
พิมพ์สายกล่าวคำขอบคุณแล้วถอยกลับไปนอนในที่ของตัวเอง จอปาจับตามองเธอพลางรำพึงเสียงแผ่วว่า
“แม่หนู เจ้าช่างเหมือนเม้ยเจิงลูกสาวข้าทุกอย่างแม้แต่คำพูดคำจา ถึงเจ้าจะใช่รึไม่ใช่เม้ยเจิง แต่ข้าจะช่วยเจ้าหนีให้ได้ แม้ต้องแลกด้วยชีวิตข้าก็ยอม”
ooooooo
ตะวันบาดเจ็บจากลูกธนูอาคมของจอปาแต่ได้ยองตะมุมาช่วยและทำให้แผลหายสนิท ยองตะมุก่นด่าโกรธจอปาที่ทำร้ายลูกชายของตน
“ไอ้เฒ่านรกเอ๊ย ทำไมจิตใจมันโหดเหี้ยมแบบนี้วะ”
“พ่ออย่าไปโกรธแกเลย ตอนนั้นข้าเป็นเสืออยู่ ลุงจอปาไม่รู้หรอกว่าเสือตัวนั้นเป็นใคร แกก็ยิงใส่ก่อนแล้ว แต่คุณหนูน่ะสิ”
“คุณหนูทำไมหรือตะวัน”
“คุณหนูพิมพ์สายถูกไอ้แคล้วลูกเสือคล้อยฉุดเข้ามาในป่า ข้าตามพวกมันมาเกือบจะช่วยคุณหนูได้แล้ว แต่โดนลุงจอปาโผล่มาจากไหนไม่รู้ยิงเอาเสียก่อน”
“แล้วจอปาล่ะ”
“ข้าก็ไม่รู้ ป่านนี้อยู่กับคุณหนูมั้ง”
“คุณหนูน่าจะปลอดภัยไปช่วงหนึ่ง ถ้ายังมีตาเฒ่าจอปาอยู่ที่นั่นด้วย”
“แล้วนี่พ่อไปยังไงมายังไงถึงได้มาเจอข้าตรงนี้”
“เรื่องมันยาว พ่อว่าเราหาที่พักนอนคืนนี้กันก่อนแล้วค่อยคุยกัน”
“ข้าใจร้อนอยากไปช่วยคุณหนูไวๆ”
“ไม่ได้หรอกลูก ป่านี้ตอนกลางคืนมันไม่ธรรมดา แล้วถ้าเราจะบุกเข้าไปในเขตที่จอปามันสร้างเครื่องป้องกันเอาไว้ยามค่ำคืนก็ยิ่งอันตรายมากขึ้นไปอีก”
ตะวันนิ่งฟังพ่ออธิบายอย่างเข้าใจ แต่แววตาบ่งบอกว่าห่วงใยในสวัสดิภาพของพิมพ์สายเหลือเกิน
ทางด้านกำพลกับซาเงที่ต้องค้างแรมในป่าเหมือนกัน สองคนมีความใกล้ชิดกันมากขึ้นแต่ถึงยังไงซาเงก็ยังไม่ไว้ใจผู้กองหนุ่มอยู่ดี โดยเฉพาะเรื่องนอนเธอจะให้นอนคนละมุม แต่พอเขาพูดถึงสิงสาราสัตว์ที่ล้วนอันตราย เธอก็เป็นฝ่ายเข้ามานอนเบียดเขาเอง
ฝ่ายจอปากับพิมพ์สายที่ยังอยู่กับพวกไอ้แคล้ว กลางดึกเกิดเหตุตื่นเต้นเพราะดอนกับดาวตามมาเจอ เสียงปืนทำให้ตะวันตื่นตัวเป็นห่วงพิมพ์สาย เขารีบออกไป โดยมียองตะมุติดตามพร้อมกำชับลูกว่าห้ามแปลงกายเป็นเสือสมิงอย่างเด็ดขาด
จอปาเห็นเป็นโอกาสดีที่จะพาพิมพ์สายหนีไปขณะที่ดอนกับดาวก็มัวแต่จะฆ่าปิดปากแคล้วกับลูกน้อง เลยไม่ได้สนใจคนอื่น จอปาจึงพาพิมพ์สายหนีไปได้ในที่สุด ส่วนดอนกับดาวเอาชีวิตพวกไอ้แคล้วไม่ได้และจำต้องถอยไปเพราะเสือคล้อยโผล่มาช่วย
ooooooo










