ตอนที่ 1
รุ่งเช้าเสือคล้อยผู้มีวิชาอาคมคุณไสยและเลี้ยงภูตผีก็รับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนด้วยฝีมือไอ้แคล้วลูกชาย จึงเรียกมันมาซักถามด้วยความไม่พอใจ เพราะกลัวจะเดือดร้อนโดนตำรวจรังควาน
พูดไม่ทันขาดคำ ผู้กองกำพลกับจ่าชัยและเพื่อนตำรวจอีกจำนวนหนึ่งบุกมาถึงชุมโจร เสือคล้อยล่วงรู้ราวกับมีตาทิพย์รีบบอกลูกชายให้พาสมุนหลบไป ไม่จำเป็นอย่าปะทะกับตำรวจ ทางนี้ตนจะจัดการเอง
แคล้วเชื่อฟังพ่อ แต่พอจวนตัวโดนตำรวจไล่กวดก็ยิงต่อสู้ก่อนจะหลบหนีไปพร้อมสมุน โชคดีที่ตำรวจไม่เป็นอะไร แต่ไม่ได้ตัวคนร้ายสักคน
วันเดียวกันนี้อรรถแวะมาหาพิมพ์สายที่บ้าน แล้วรำลึกความหลังที่เคยอยู่ที่นี่ก่อนจะแยกย้ายกันไปเรียนต่อ แต่อีกเรื่องที่พิมพ์สายยังระลึกถึงอยู่เสมอคือในอดีต
วัยเด็กเธอเกือบโดนเสือทำร้ายแต่ได้เด็กชายตะวันมาช่วยไว้จนตัวเขาเองบาดเจ็บเลือดโชก พ่อของเขาต้องรีบพาไปหาหมอ แล้วหลังจากวันนั้นเธอกับตะวันก็ไม่ได้พบกันอีกเลย
“ความทรงจำนี้คงไม่มีวันกลับมาเป็นจริงได้อีก” เธอรำพึงหน้าเศร้า
“ผมนึกว่าพิมพ์ได้กลับมาบ้านจะแฮปปี้ซะอีก ทำไมเศร้าจัง”
“ไม่หรอก ได้กลับบ้านเจอพ่อพิมพ์ก็แฮปปี้นะ แต่เพราะคิดถึงหลายๆอย่างที่มันหายไป มันก็ใจหายบ้าง ก็แค่นั้น”
“งั้นเอางี้สิ เราไปเที่ยวดูให้ทั่วสังขละไหม เผื่อจะมีอะไรใหม่ๆให้เราได้ดูบ้าง”
“เอาไว้วันหลังดีกว่านะ ยังเหนื่อยอยู่น่ะ”
“ก็ได้...ไว้พร้อมเราค่อยออกไปเที่ยวกันก็ได้”
พิมพ์สายพยักหน้า ยิ้มให้อรรถอย่างเป็นมิตร
ooooooo
ตะวันอาศัยอยู่กับพ่อแม่ที่บ้านในป่าซึ่งมีอาชีพเก็บของป่าไปขาย ตะวันมีเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันคือซาเง เด็กสาวชาวกะเหรี่ยง แต่ซาเงรู้สึกกับตะวันมากกว่าเพื่อน สองคนสนิทกันมากเพราะเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก
วันนี้ตะวันเกือบทำความลับแตกต่อหน้าซาเงที่กำลังเผชิญหน้ากับเสือร้ายตัวหนึ่ง ตะวันจ้องเสือตัวนั้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่มันจะหนีหายไป ส่วนซาเงกลัวมากถึงกับฉี่ราดรดกางเกง พอโดนตะวันล้อก็โกรธวิ่งไล่กวดไปถึงหมู่บ้าน ในมือถือมีดคมกริบ ตะโกนลั่นจะฟันให้หัวแบะ
ถวิลแม่ของตะวันเห็นแล้วหวาดเสียว บ่นเด็กสองคนเล่นอะไรกันไม่รู้จักโตสักที พอเห็นมีดในมือ
ซาเงก็ตกใจ ตะโกนปาวๆว่าเล่นมีดเล่นพร้ามันอันตราย ซาเงยอมวางมีดแล้วฟ้องว่าตะวันล้อเลียนตน
หลังจากซาเงงอนตุ๊บป่องกลับไปแล้ว ถวิลเดาได้ถูกต้องว่าสาเหตุมาจากเรื่องเสือ จึงเตือนลูกว่า
“แม่บอกกี่ครั้งแล้วตะวัน ไม่จำเป็นก็อย่าเปิดสิ่งที่เรามีสิ่งที่เราเป็น”
“คราวนี้มันจำเป็นแม่ ถ้าผมไม่ช่วย วันนี้ซาเงไม่รอดแน่”










