ตอนที่ 5
เต้ยรับปากจะสืบหาสายสร้อยสาวใช้เก่าแก่บ้านประพจน์ให้นัทธมนแต่ไม่รู้จะเริ่มจากไหนจึงลองถามถุงแป้ง
“ถุงแป้งนี่อยู่ที่บ้านน้ากฤตย์มากี่ปีแล้วเหรอ”
“ก็หลายปีแล้วนะ ตั้งแต่มอต้นพ่อกับแม่อยากให้เรียนที่กรุงเทพฯเลยย้ายมาอยู่บ้านน้ากฤตย์”
“งั้นถุงแป้งก็คงพอรู้จักเพื่อนบ้านหรือคนที่อยู่แถวๆนั้นมานานแล้วบ้างใช่ไหม”
“คนแถวบ้านที่อยู่มานานแล้ว”
“แบบพวกลุงๆป้าๆหรือพ่อค้าแม่ค้าที่อยู่มานานหลายสิบปีน่ะ”
“นานขนาดนั้นเลยเหรอ เต้ยจะติดต่อเขาเรื่องอะไร”
“เราแค่อยากจะถามหาคนคนนึงที่เคยทำงาน ในบ้านของท่านนายพลที่เป็นผู้บังคับบัญชาของคุณพ่อถุงแป้งน่ะ”
“ท่านประพจน์น่ะเหรอ...นึกออกแล้ว!มีร้าน ดอกไม้อยู่ร้านนึงอยู่มาเก่าแก่แล้วนะ เห็นพ่อเคยเล่าว่าคุณป้าเจ้าของร้านเขาสนิทกับบ้านท่านด้วย”
“จริงเหรอ...ถุงแป้งพอจะพาเราไปที่นั่นได้ไหม”
“ได้สิ...แต่เต้ยจะไม่เล่าให้เราฟังหน่อยเหรอว่ากำลังจะสืบเรื่องอะไรหรือว่าตามหาใครอยู่”
“ไม่มีอะไร ถุงแป้งไม่ต้องสนใจหรอกแค่พาเราไปร้านดอกไม้นั่นก็พอ”
ooooooo
กว่ารถจะถึงโรงแรมในตัวเมืองหลวงพระบางนัทธมนก็หมดแรง กฤตย์ลอบมองด้วยความเป็นห่วง อยากให้เธอถึงห้องพักเร็วๆแต่เธอก็ดื้อไม่ยอมขึ้นลิฟต์
นัทธมนเป็นโรคกลัวที่แคบทุกชนิด กฤตย์ไม่รู้ทั้งดึงทั้งรั้งให้เธอเข้าไปในลิฟต์ด้วยกันจนได้ เลขาฯสาวไม่มีแรงต้านถูกเขาลากไปเจอนรกที่แคบซึ่งทำให้เธอ ตัวเกร็ง ปากสั่นและเกิดภาพหลอนถึงฝันร้ายในหลุมหลบภัย
“คุณทิ้งดิฉันไว้ในนั้น...คุณจงใจฆ่าฉัน”
“คุณว่าอะไรนะ ใครทิ้งคุณ”
กฤตย์ตกใจที่นัทธมนเพ้อ พยายามจะปลอบแต่เธอถดตัวหนี
“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยฉันที ใครอยู่ข้างนอกช่วยฉันด้วย อย่าขังฉันไว้ที่นี่”
ท่าทางหวาดกลัวของเธอทำให้กฤตย์เพิ่งคิดได้ว่าเธอมีอาการเหมือนกลัวที่แคบจึงดึงตัวมากอด
“ไม่ต้องกลัว ผมอยู่ตรงนี้แล้ว...คุณจะไม่เป็น อะไร”
อ้อมกอดอบอุ่นของกฤตย์ทำให้นัทธมนสงบลง ช่างซ่อมของโรงแรมแวะมาพอดีเมื่อเห็นว่าลิฟต์หยุดนานกว่าปกติ กฤตย์จึงประคองเลขาฯสาวไปส่งหน้าห้องพักที่อยู่ติดกับห้องของเขา
“คุณคงมีอาการกลัวที่แคบจริงๆ”
“ค่ะ...พอฉันตกใจกลัวก็พูดอะไรออกไปแบบไม่รู้ตัว คุณอย่าถือสาเลยนะคะ”
“ผมเข้าใจ คุณเข้าไปพักผ่อนเถอะ”
ทันทีที่เจ้านายหนุ่มผละไป นัทธมนก็คว้ามือถือโทร.หาเต้ยเพราะดันเผลอหลุดปากว่ากฤตย์จงใจฆ่าวรดา










