ตอนที่ 7
ทรงวาดได้ยินเสียงเอะอะก็รีบไปดูทันระงับเหตุปะทะคารมระหว่างชาญยุทธกับปิ่นมุก ชาญยุทธข่มใจไม่ให้ถือสาสาวน้อยในอุปการะของน้องชายบุญธรรม แต่ปิ่นมุกกลับไม่เก็บอารมณ์โวยใส่ทันทีที่ถึงบ้าน
“สิ่งที่เฮียเป็นอยู่เขาเรียกว่าความกระทบกระเทือนทางสมอง เฮียต้องไปตรวจละเอียดที่โรงพยาบาล”
“อั๊วคิดผิดจริงๆที่ส่งลื้อเรียนหมอ บ่นไม่หยุดเลย”
“อั๊วหวังดีนะเฮีย”
ก๊กไช้เห็นท่าไม่ดี ไม่อยากให้ผู้อุปการะหนุ่มกับเพื่อนสาวเถียงกันพยายามไกล่เกลี่ยแต่ก็ถูกปิ่นมุกสวนว่าเข้าข้างคนดื้ออย่างทรงวาด ทรงวาดส่ายหน้าเอือมๆก่อนตัดบท
“อั๊วต้องขอบใจลื้อสองคนมากนะที่เป็นห่วงอั๊ว”
“เปลี่ยนคำขอบใจเป็นคำสัญญาได้ไหมเฮีย”
“ถ้าลื้อจะให้อั๊วสัญญาในสิ่งที่อั๊วทำไม่ได้อั๊วก็ไม่สัญญาให้เสียเวลาหรอกอาจู”
ทรงวาดรู้ดีว่าปิ่นมุกอยากขอคำสัญญาอะไรแต่เขาคงให้ไม่ได้ ปิ่นมุกเห็นท่าเขาก็เดาได้ ตัดพ้องอนๆ “บุญคุณอีกล่ะสิ เฮียก็มีบุญคุณท่วมหัวอั๊วเหมือนกันแต่เฮียไม่เคยบังคับให้อั๊วทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ...เพราะอะไรล่ะเฮีย”
คำถามของปิ่นมุกทรงวาดตอบไม่ได้ เช่นเดียวกับวิสูตรที่ไม่รู้ว่าใครคือชายลึกลับที่มาช่วยพันเดช
“ไอ้คนที่มาช่วยฝีมือมันร้ายกาจมาก ถ้าผมไม่ได้ใส่เกราะกันกระสุนก็คงเสร็จมันเหมือนกันครับคุณอ้าย”
ชาญยุทธหน้าเครียดแต่ไม่คิดยอมแพ้จะหาโอกาสใหม่
“มันรอดไปคราวนี้คงยากจะจัดการมันได้แล้วล่ะ ดีที่มันก็เจ็บไปไม่น้อยคงต้องพักฟื้นอีกนาน”
“แล้วท่านทราบเรื่องนี้รึยังครับ”
“ยัง...คุณพ่อไข้ขึ้นสูงเพิ่งจะดีขึ้นเมื่อตอนเย็นนี่เอง แล้วฉันก็ไม่อยากให้คุณพ่อรู้เรื่องด้วย”
“แล้วคุณอ้ายจะทำยังไงต่อครับ”
“รอเสือหายก่อนแล้วค่อยคิดกัน แต่ที่แน่ๆระหว่างฉันกับไอ้พันเดชไม่มีทางอยู่ร่วมโลกกันได้อีกต่อไปแล้ว... ขึ้นอยู่กับว่าใครจะพลาดก่อนก็เท่านั้น!”
ooooooo










