ตอนที่ 7
ทรงวาดรำพึงปลงๆ วิสูตรเข้าใจดีเพราะเชื่อว่าสงครามครั้งนี้คงไม่จบง่ายๆหากไม่มีใครยอมแพ้หรือตาย
ชาญยุทธแค้นแทบกระอักเมื่อได้ยินพ่อเพ้อเพราะพิษไข้เรียกชื่อพันเดชหรือชื่อเดิมว่าอ้นไม่ขาดปาก ความอิจฉาริษยาทำให้ไม่มีสติไตร่ตรองความจริงในใจการันต์ที่ไม่อยากให้ลูกชายสองคนห้ำหั่นกัน แม้เขาจะเป็นพ่อที่ไม่ดีนักแต่ไม่เคยคิดให้สายเลือดแท้ๆทั้งสองทำลายกันเอง
ทรงวาดลงมือตามแผนที่วางไว้ควบรถประกบรถพันเดชจนเสียหลักและเกือบทำสำเร็จถ้าฝ่ายตรงข้ามจะไม่กระหน่ำยิงจนรถเขาแฉลบลงข้างทาง!
พันเดชบาดเจ็บไม่น้อยแต่ยังพยุงร่างตัวเองไปหาทรงวาดที่ล้มกลิ้งไม่ไกลกันนั้น ทรงวาดคงถูกยิงตายไปแล้วหากวิสูตรไม่ตามมาช่วยและเป็นฝ่ายไล่ตามพันเดชเข้าไปในป่ารกชัฏข้างทาง
ทรงวาดถูกลูกน้องวิสูตรพาตัวไปพักบนรถอีกทางก่อนจะถูกชายลึกลับสวมหมวกกันน็อกแน่นหนาโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัว ทรงวาดหนีเอาตัวรอดไปได้ ตัดสินใจตามไปช่วยวิสูตรในป่าและทันเห็นอีกฝ่ายจ่อปืนใส่พันเดช
พันเดชกลัวตายแต่กลับสบตาวิสูตรไม่ยอมหลบ
“ก่อนตายกูขอถามมึงข้อเดียว ท่านการันต์เป็นคนใช้มึงมาฆ่ากูใช่ไหม”
“ไม่ใช่...นี่เป็นคำสั่งของคุณอ้าย”
“งั้นก็ยิงกูเลย เพราะถ้ากูไม่ตายไอ้อ้ายก็ต้องตายคาตีนกู!”
“คุณเหมือนท่านมาก อโหสิให้ผมด้วยก็แล้วกัน”
วิสูตรจะเหนี่ยวไกแต่ไม่ทันขยับนิ้วชายลึกลับคนเดียวกับที่โจมตีพวกทรงวาดกับลูกน้องก็โผล่จากอีกมุมกระหน่ำยิงวิสูตรกลางอกจนนอนนิ่ง ทรงวาดเห็นดังนั้นจึงควักปืนยิงบ้าง พันเดชได้ทีร่วมมือกับชายลึกลับจะฆ่าทรงวาดแต่วิสูตรที่ยังไม่ตายเพราะใส่เสื้อเกราะเข้ามาช่วยไว้...ทั้งหมดจึงรอดตายหวุดหวิด!
ooooooo
แม้จะรอดตายแต่ทรงวาดก็บาดเจ็บสาหัส วิสูตรต้องหักใจไม่ตามพวกพันเดชแต่พาทรงวาดกลับกรุงเทพฯ ชาญยุทธเรียกหมอมารักษาตัวน้องชายบุญธรรมที่บ้านกระทั่งพ้นขีดอันตราย
ปิ่นมุกกับก๊กไช้ก็บุกมาพอดี
ปิ่นมุกไม่สบายใจเพราะทรงวาดไม่กลับบ้านจึงบุกมาเอาความจริงที่บ้านพ่อกับพี่ชายบุญธรรมของเขา ชาญยุทธไม่ชอบใจตั้งท่าจะเอ็ดแต่ก็ถูกปิ่นมุกโพล่งตัดหน้า
“ฉันทราบนะคะว่าคุณมีบุญคุณกับเฮียมากแต่การมีบุญคุณก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะใช้ให้เฮียไปเสี่ยงตายได้ตามใจชอบนะคะ แล้วถ้าคุณรักเฮียเหมือนน้องจริงก็ยิ่งไม่ควรทำกับเฮียแบบนี้”
“จุ้นจ้าน! เสือไม่เป็นอะไร กลับไปได้แล้ว”
“ต้องขอโทษด้วยค่ะ แต่ฉันจะกลับก็ต่อเมื่อได้พบเฮียแล้วเท่านั้น”










