ตอนที่ 7
ระหว่างที่ทรงวาดกับปิ่นมุกทุกข์ทรมานใจ ลี่เง็กเจอรณชิตโดยบังเอิญหน้าบ้านทรงวาดจึงระบายทุกอย่างให้ฟังโดยเฉพาะเรื่องลูกพี่ลูกน้องหนุ่มทำตัวเป็นพ่อสื่อหาผัวให้เธอ
รณชิตฟังแล้วขำ อดเย้าลี่เง็กไม่ได้ที่ทำตัวเป็นนักเลงโตบุกยิงทรงวาดอย่างอุกอาจ
“เธอนี่มันเหลือเกินจริงๆ ฉันน่าจะจับเธอข้อหาพยายามฆ่ากับบุกรุกซะด้วยซ้ำ”
“อยากจับก็จับสิ แต่ถ้าอั๊วมีโอกาสเมื่อไหร่อั๊วฆ่าอีแน่...สาระแนนักไอ้โฮ่ว!”
“เถ้าแก่เสือเขาก็อยากให้เธอเป็นฝั่งเป็นฝา ไม่ได้หวังร้ายอะไรซะหน่อย ไม่แน่นะว่าคนที่เขาหาให้อาจจะหล่อยิ่งกว่าดาราหนังจนเธอตกหลุมรักก็ได้”
“อั๊วจะผลักอีตกหลุมล่ะสิไม่ว่า”
ลี่เง็กโต้ไม่ลดละ รณชิตไม่ถือสาแถมนึกเอ็นดูที่อีกฝ่ายทำตัวเหมือนเด็กเกเร เขาปฏิบัติกับเธอแตกต่างจากทุกคนที่บ้านโดยเฉพาะพ่อกับพี่ชายทำให้เธอหวั่นไหวและอดรู้สึกดีกับเขาไม่ได้...
ทรงวาดคิดหนักเรื่องปิ่นมุกแต่ไม่ทันปรับความเข้าใจ ชาญยุทธก็แวะมาบอกข่าวดีถึงบ้าน
“พี่ดีใจ...อยากมาบอกข่าวดีให้เสือรู้ด้วยตัวเอง ไม่อยากพูดทางโทรศัพท์ เลือกตั้งคราวหน้าถ้าพรรคของเราได้เป็นรัฐบาล คุณพ่อจะดันให้พี่ขึ้นเป็นรัฐมนตรีช่วย”
“ยินดีด้วยนะครับพี่อ้าย พี่อ้ายคงเป็นรัฐมนตรีที่หนุ่มแล้วก็หล่อที่สุดในประเทศแน่ๆ”
ชาญยุทธหัวเราะชอบใจ ตบบ่าน้องชายบุญธรรมเบาๆ “แต่พี่ไม่อยากก้าวหน้าคนเดียวหรอกนะ พี่อยากให้เสือเตรียมตัวลงสมัครระดับท้องถิ่นไว้ด้วยจะได้เป็นฐานเสียงให้พี่ต่อไป”
ทรงวาดหน้าเสีย ปฏิเสธเสียงอ่อน “แต่ผมไม่ถนัดเรื่องการเมือง อย่าให้ผมลงเลยครับ”
ชาญยุทธชักสีหน้าทันที “ไม่ถนัดก็ต้องหัดไว้สิ พี่กับคุณพ่อไม่หยุดอยู่แค่นี้หรอกนะ แล้วเสือก็ต้องช่วยพี่ จะมาหลบอยู่แต่เบื้องหลังอย่างนี้ตลอดไปไม่ได้หรอกนะ”
ทรงวาดเครียดหนักเพราะไม่อยากถลำลึกบนเส้นทางดำมืดของพ่อกับพี่ชายบุญธรรมมากไปกว่านี้ พยายามบ่ายเบี่ยงเปลี่ยนไปถามเรื่องตราสัญลักษณ์ดาบสามเล่มไขว้กันแทน










