ตอนที่ 4
จิ๊บประดิษฐ์อาวุธลับให้อินทรีแดงสำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว เอามายื่นให้โรมดู เขาเห็นแค่ปากกาด้ามหนึ่งก็โวยวายนี่จะให้เซ็นเช็คให้ไป่หลงหรือ
นักวิจัยสาวสะบัดมือเบาๆจากปากกากลายเป็นก้านเหล็กยาวๆเหมือนเสาวิทยุทรานซิสเตอร์ แล้วเอาจิ้มที่อกเขาซึ่งไม่ทันตั้งตัว แรงช็อตจากไฟฟ้าในปากกากระแทกเขาเซ เธอคุยว่าเมื่อครู่นี้เป็นค่าไฟช็อตอ่อนที่สุด แต่ตอนนี้เธอจะปรับเป็นค่าสูงสุด แล้วจิ้มไปที่เขาอีกครั้ง คราวนี้เขายืนเกร็งตั้งรับ ความแรงของมันเหมือนโดนถีบเขาหงายหลังก้นจ้ำเบ้าถึงกับร้องลั่น สักพักเขาค่อยยันตัวเองลุกขึ้น เธอคุยอวดถ้าจี้ค้างไว้จะแรงขึ้นไปอีก
“อืม อันเล็กดีไม่ผิดสังเกต”
“แต่เพราะมันเล็ก มันจึงเก็บพลังงานได้น้อย ถ้าปรับแรงสูงสุดจี้ได้ไม่กี่ครั้งแบตหมดค่ะ”
“เอาเถอะ เวลาที่สูสีน่ะขอแค่ได้เปรียบนิดเดียวก็พลิกเกมได้แล้ว” โรมรับปากกามาอย่างพอใจ...
ที่ห้องทำงานคดีไป่หลง เลยเวลาเลิกงานมาพักหนึ่งแล้วชาติกับวุธยังนั่งทำงานอยู่ไม่เหมือนทุกวันที่ยังไม่ทันสี่โมงเย็นสะบัดก้นกลับบ้าน
พอเห็นครีมวางมือจากคอมพิวเตอร์เตรียมกลับ สองหนุ่มรีบเก็บโต๊ะ พูดขึ้นพร้อมกันว่าเสร็จงานพอดี ทั้งคู่มองหน้ากันตาขวางเพราะต้องการจีบเธอเหมือนกัน แต่โชคเข้าข้างชาติ วินเปิดประตูห้องทำงานเข้ามาบอกวุธว่าฝ่ายยุทโธปกรณ์เรียกให้ไปเซ็นชื่อ ตอนเบิกปืนกับระเบิดไปยังไม่ได้เซ็น
“เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปเซ็น”
“ไม่ได้ เขาให้ไปเซ็นตอนนี้เลย เดี๋ยวผู้ใหญ่รู้จะเป็นเรื่อง”
วุธหนีไม่ออกจำใจเดินไปกับวิน ชาติมองตามพอใจที่กำจัดคู่แข่งไปได้ แล้วหันไปถามครีมว่า
เอารถมาหรือเปล่า เธอส่ายหน้าวันนี้นั่งรถไฟฟ้ามา เขาอาสาไปส่งบ้าน ฟ้าครึ้มฝนตกแน่ๆ ขาดคำมีเสียงฟ้าร้องดังขึ้น
ooooooo
ไม่ใช่แค่ขับรถพามาส่งบ้านเท่านั้น ชาติถือโอกาสนี้เลี้ยงข้าวครีมอีกด้วย ระหว่างที่เขาเดินมาส่งเธอหน้าบ้าน มีเสียงลุงตี๋พ่อของเธอโวยวายดังลั่น
“เฮ้ย ใครมาทำอะไรหน้าบ้านข้าวะ เดี๋ยวยิงเลยนะโว้ย”
ชาติสะดุ้งโหยง ขณะที่ครีมหัวเราะขำ บอกเขาว่าไม่ต้องตกใจนั่นพ่อของเธอเอง ลุงตี๋เปิดประตูออกมาเหล่
“พ่ออ่ะ ปล่อยมุกไม่ดูตาม้าตาเรือเลย นี่เพื่อนครีมชื่อพี่ชาติเป็นร้อยตำรวจโทค่ะ ของพ่อพูดเล่นแต่พี่ชาติเขามีปืนจริงนะคะ”
“สวัสดีครับคุณลุง”
“สวัสดีจ้ะ ฮ่าๆๆ วันนี้เปลี่ยนเป็นตำรวจเหรอ ทุกทีจะเป็นเสี่ยขับเบนซ์มาส่ง” ลุงตี๋แซวลูกสาว ครีมรีบบอกว่าถ้าวันไหนพ่อของเธอไม่ได้ปล่อยมุกท้องอืดอาหารไม่ย่อย คราวนี้ลุงตี๋เปลี่ยนน้ำเสียงกับสีหน้าเป็นจริงจัง
“พูดเล่นก็ส่วนพูดเล่น แต่ห่วงลูกสาวน่ะของจริง คุณส่งเสร็จแล้วกลับได้แล้วไม่ต้องอยู่นาน”
“ขอบคุณค่ะ พรุ่งนี้เจอกันนะคะ”
ผู้หมวดหนุ่มรับคำยกมือไหว้ลาลุงตี๋แล้วเดินลิ่วออกจากบ้าน...
ไม่นานนัก ชาติกลับถึงคอนโดฯที่พัก เป็นจังหวะเดียวกับพ่อของเขาโทร.มาหา เขากดรับสายถามว่าทางอิตาลีเป็นอย่างไรบ้าง อากาศดีไหม แม่คงช็อปกระหน่ำแน่ๆ










