ตอนที่ 8
“อีเหวิ่ง!! สิเฮ็ดหยังลูกชายข้อย...ออกไปห่างๆเดี๋ยวนี่” ป่องตาขวางไม่พอใจปรี่เข้ามาแยกทั้งคู่ออกจากกัน “ลูกซายข้อยยังเจ็บโตอยู่แท้ๆ คั่นอดบ่ไหวก็ไปตะกายข้างฝาพุ้น บ่ต้องมาอ่อยมาล่อฮอดเตียงจังซี้ ฮ่วย! คนเจ็บคนป่วยก็บ่เว้น”
“โห...คุณแม่ขา แรงไปไหมคะ เห็นแค่นี้คิดได้เป็นตุเป็นตะขนาดนั้น แสดงว่าวันๆคุณแม่คงคิดแต่เรื่องอย่างว่า ระวังต้องไปพบจิตแพทย์นะคะ แล้วจะหาว่าหนูไม่เตือน”
“อีเหวิ่ง!! นี่...นี่เจ้ากล้าเว้าว่าข้อยเป็นโรคจิตเลยเบาะ”
“หนูยังไม่ได้พูดสักคำว่าคุณแม่เป็นโรคจิต แค่เป็นห่วงเฉยๆ คุณพ่อก็ได้ยินใช่ไหมคะ”
ปั้นตอบรับหน้าระรื่น เลยโดนป่องตวาดแว้ดจนสะดุ้ง ชโลธรไม่อยากต่อความยาวจึงตัดบท
“เอาล่ะค่ะ ที่นี่ไม่เหมาะให้คุณแม่มาแว้ดๆใส่หนู วันนี้หนูขอยอมแพ้หนึ่งวัน หนูดูแลลูกชายคุณแม่มาทั้งคืนแล้ว ขอส่งคืนให้คุณแม่ดูแลต่อค่ะ หนูเหนื่อยอยากกลับไปนอนพักเต็มทีแล้ว”
“เดี๋ยวสิครับคุณชิโล”
“เจ้าเล่ห์ได้แม่มาแบบนี้ ให้แม่นายดูแลไปเถอะ ฉันไปล่ะ”
ชโลธรเชิดหน้าเดินผ่านแม่ผัวออกไป ปั้นยิ้มชอบอกชอบใจแอบชูนิ้วโป้งให้ลูกสะใภ้ที่แผลงฤทธิ์ได้ถูกใจ
ooooooo
ทศพลเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวกลับบ้านพร้อมพ่อแม่ ระหว่างนี้ป่องออกไปยืนคุยกับหมอตรงหน้าห้อง ปั้นอยู่ข้างในจึงเล่าเรื่องแสวงกับเซียงช่วยกันหาเสียงกับชาวบ้านให้ทศพลฟัง
“นอกจากบ่มาปรึกษาจักคำ ยังพากันแต่งเฮื่องให้เจ้าเป็นฮีโร่ผูรอดตาย ซาวบ้านก็เลยพากันลือไปเบิ่ดว่าเจ้าเป็นคนดีมีของ แม้แต่ผีป่าผีฟ้ายังคุ้มครอง คะแนนเสียงที่เคยตามหลังบักคมอยู่หลายซ่วงโต ตอนนี่ก็ไล่ตีตื้น ขึ้นมาเรื่อยๆแล้ว”
“ฮ่วย...คือเฮ็ดจังซั่นอาแหวง นั่นบ่แม่นวิธีการต่อสู้ของข้อยเลย”
“แต่สิว่าไปผลลัพธ์ออกมาจังซี้ก็ดี หนามยอกก็ต้องเอาหนามบ่ง บักคมมันนั่งบ่ติดแล้ว”
“แต่ข้อยกะว่าสิเว้าควมจริงให้อีแม่ฟัง”
“โอ๊ย...บ่ต้องเว้าดอก แม่เจ้าเป็นประเภทบ่เห็นโลงศพบ่หลั่งน้ำตา แต้มต่อเฮาตีตื้นขึ้นมาจังซี้แล้ว เอาเวลาไปสู้กับบักคมตอกฝาโลงมัน แล้วกระซากหน้ากากมันออกมาขยี้ซ้ำ แม่เจ้าสิได้บ่มีข้อโต้แย้งอีก”
ทศพลนิ่งไปอย่างครุ่นคิด แล้วพอกลับถึงบ้านทศพลก็โทร.หาท่านผู้การอดีตเจ้านายโดยไม่ให้ป่องรู้
“ก็เกือบไม่รอดครับท่าน แต่ข้อมูลที่ได้มาถือว่าคุ้มเสี่ยงตาย ไม่งั้นผมคงไม่รู้ว่าพ่อใหญ่คมคือคนที่อยู่เบื้องหลังขบวนการค้ายาข้ามชาติมาตลอด แผนกำจัดนายพลซาลูครั้งนี้ก็เพื่อชิงอำนาจสร้างเครือข่ายของตัวเองขึ้นมาแทนครับ”










