ตอนที่ 2
“ตามเติมอะไร หน้าคุณผมยังไม่อยากเจอด้วยซ้ำ เดี๋ยวจะซวยไม่รู้จบ...หลบไป”
“ไม่หลบ ป้านวลใช่มั้ย เขาเป็นห่วงฉันก็เลยขอให้นายมาตามดูฉันใช่มั้ย”
ทศพลเซ็งไม่อยากตอบ ชโลธรอาศัยจังหวะนี้ดึงกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ออกมาถือไว้อย่างเร็ว
“อ้าวเฮ้ยคุณ...เอากุญแจรถผมมา”
“พาฉันตามพี่บี๋กับพี่โมไป นายมีทางเลือกเดียวเท่านั้น”
ทศพลไม่มีทางเลือกอย่างที่เธอว่า จำยอมให้สาวสวยในชุดแต่งงานนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ แต่ไม่วายบ่นว่ายุ่งยากแท้อีเหวิ่ง เลยโดนเธอทุบหลังดังอั๊กก่อนยื่นคำขาดว่า ถ้ายังไม่เลิกเรียกตนอีเหวิ่งก็จะโดนคิดบัญชีหนักกว่านี้อีกแน่
“งั้นถ้าไม่ยอมให้ผมเรียกคุณว่าอีเหวิ่ง ผมก็ไม่ไป”
ชโลธรเจ็บใจด่าเขาอีกหลายคำ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมให้เขาเรียกอีเหวิ่งเพื่อจะได้ซิ่งตามรถภัชชนนท์ไปให้ทัน ซึ่งทศพลก็ไม่ทำให้เธอผิดหวัง แม้ระหว่างทางเขาจะต่อปากต่อคำไม่ลดราวาศอกให้เธอเลย
ด้านนลินีที่เจ้าเล่ห์ร้ายกาจ เธอบีบน้ำตาอย่างน่าสงสารจนภัชชนนท์ทำไม่ได้ที่จะไม่รับผิดชอบเธอ เขาพาเธอไปที่คอนโด แล้วก็โดนเธอวางยานอนหลับเพื่อจัดฉากให้เหมือนหลับนอนด้วยกันเพราะแน่ใจว่าอีกไม่นานชโลธรต้องตามมา
ภัชชนนท์อ่อนหัดหลงกลนลินีอย่างง่ายดาย เมื่อชโลธรมาถึงและได้เห็นภาพบาดตาบาดใจ ซึ่งภาพนั้นก็เล่าเรื่องทุกอย่างได้กระจ่างชัด เธอทั้งเสียใจและโกรธแค้นถึงกับตบตีนลินีโดยที่ภัชชนนท์ยังหลับใหลเพราะฤทธิ์ยา ส่วนทศพลเตร็ดเตร่รอคุณหนูชิโลอยู่ข้างล่าง ทั้งที่ก่อนเธอจะขึ้นมาเขาได้ทักท้วงด้วยความหวังดีเพราะกลัวจะมีเรื่องหึงหวงร้ายแรงถึงขั้นเป็นคดีความ
นลินีเผยธาตุแท้อันชั่วร้ายและไม่ยอมโดนชโลธรกระทำอยู่ฝ่ายเดียว เธอเปลี่ยนจากพี่สาวที่แสนดีเป็นนางมารร้ายผลักชโลธรเซเกือบล้มแล้วด่าซ้ำอย่างไม่ไว้หน้า
“มันถึงเวลาที่พี่ต้องเอาคืนบ้างแล้ว เพราะพี่เหลืออดกับเธอมามากพอแล้ว ตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกันพี่ทั้งเกลียด ทั้งสะอิดสะเอียนนิสัยแย่ๆของเธอที่ชอบดูถูกคนอื่น เห็นพี่เป็นคนรับใช้ พี่อยากได้อะไรเธอก็ต้องแย่งพี่ก่อนทุกครั้ง แต่พี่ต้องทนเพราะพ่อแม่ขอร้องให้ช่วยเล่นละครทำดีกับเธอไว้ แล้วสักวันเธอจะตายใจเอง”
“เล่นละคร? หมายความว่า...”
“ใช่...มันคือละครเรื่องนึงที่พวกเราทุกคนในบ้านต้องอดทนเล่นกันมานาน เพื่อรอว่าหลังจากละครจบ ค่าตัวที่ได้กลับคืนมามันจะคุ้มค่ากับการต้องทนให้เธอโขกสับไงชิโล”
“ทั้งหมด...ทั้งหมดที่พวกพี่ทำก็เพื่อสมบัติของชิโลงั้นเหรอ”










