ตอนที่ 3
ขณะที่พวกเชนรุกหนักอยู่นั้น มอเตอร์ไซค์คันใหม่ของเมฆาก็ทะยานข้ามรถกลางถนนที่โดนไฟลุกไหม้มาอย่างเร็วแรง ทันทีที่รถแตะพื้นเมฆาก็ชักปืนยิงกลุ่มคนร้ายอย่างแม่นยำ
พวกมันโดนยิงกระเด็นไปสามคน เชนยิงต่อสู้อีกพักจนกระทั่งเห็นว่าเสียเปรียบจึงส่งสัญญาณบอกลูกน้องให้เอารถมารับแล้วซิ่งหนีไป พร้อมๆกับเมฆาที่พุ่งรถไปคนละทางโดยที่เนตรดาวไม่ทันได้เห็นโฉมหน้าคนที่มาช่วยเหลืออีกตามเคย แถมครั้งนี้หลักฐานก็มอดไหม้ไปกับรถอย่างน่าเสียดาย
ส่วนที่โรงพักสถิตไทย เวลานี้พวกคิมหันต์ควบคุมตัวมาสอบสวน แต่เพราะทุกคนพูดตรงกันแม้โดนจับแยกสอบทีละคนแถมไม่มีพิรุธน่าสงสัย ทำให้สารวัตรหนักใจที่จะเอาผิด แต่หัวหน้าป่าไม้ที่จับพวกเขามาทำท่าจะไม่ยอม
แสงฉายหาทางรอดด้วยการให้คิมหันต์เอากล้องที่บันทึกภาพคนร้ายลักลอบแปรรูปไม้ให้ตำรวจดู แต่เมื่อเปิดดูกลับไม่มีภาพอะไรเลย ตาปลิวถึงกับบ่นอุบต่อว่าหลานชายเป็นวรรคเป็นเวร ขณะที่คิมหันต์พูดแค่สั้นๆว่าสงสัยกล้องเสีย
กำนันเกชารู้เรื่องที่เกิดขึ้นกลางป่าก็เป็นกังวลกลัวความผิดถูกสาวมาถึงตัว แต่พอหัวหน้าป่าไม้โทร. มาแจ้งว่าพวกแสงฉายไม่มีหลักฐาน กำนันเกชาก็โล่งอกโล่งใจ...
ในเวลาต่อมา พวกตาปลิวกลับมาตั้งหลักที่บ้าน แต่ละคนเซ็งไปตามกัน แสงฉายบ่นคิมหันต์ว่าเป็นนักข่าวประสาอะไรถ่ายรูปไม่ติด ดีนะที่เขาให้ประกันตัวมา
“ความจริงมันก็คือความจริง ผิดมันก็คือผิด มันจะทำให้เป็นถูกไม่ได้หรอก”
“ใช่แล้วตา คนผิดมันก็ต้องผิดวันยังค่ำ ดูนี่สิแสงฉาย”
คิมหันต์ยื่นกล้องถ่ายรูปให้ดูภาพที่พวกไอ้ทดคนของกำนันเกชากำลังแปรรูปไม้ แสงฉายแปลกใจ ค่อยๆเลื่อนดูไปอีกนับสิบภาพ ถามว่าทำไมถึงมีภาพ แล้วที่โรงพักทำไมไม่มี
“เธอเคยบอกว่ากำนันเกชาซื้อพวกป่าไม้ไว้หมด ฉันจึงรีบเอาหลักฐานออกมาเก็บไว้ ถ้าหลักฐานชิ้นนี้อยู่ในมือหัวหน้าป่าไม้ ฉันเชื่อว่ามันต้องเอาไปให้กำนันเกชาแน่ แล้วเหตุการณ์เลื่อยไม้ก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น”
“แหม...เอ็งนี่มันฉลาดได้ใครวะ” ตาปลิวยิ้มร่า
“ไม่รู้สิ จะว่าได้พ่อกับแม่ก็ไม่รู้ว่าพ่อแม่
เป็นใคร เอาเป็นว่าฉลาดได้ตาก็แล้วกัน”
ตาปลิวหัวเราะชอบใจ แสงฉายกับจำปูนยิ้มให้กัน ความเซ็งหายไปในพริบตา พูดชื่นชมคิมหันต์กันใหญ่เมื่อได้ยินเขาบอกว่าจะเอาภาพถ่ายส่งไปให้พวกนักข่าวด้วย
ooooooo
เนตรดาวหลบมานั่งดื่มกาแฟและขบคิดถึงคนที่มาช่วยในยามที่เธอตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน สักครู่เพทายตามมานั่งคุยด้วย เนตรดาวบอกตรงๆว่าตนคิดไม่ตก ลองเอาเรื่องมาผูกกันแล้วทุกอย่างมันจะไปลงตัวที่ยาเสพติดของกลาง
“คุณคิดมากไปหรือเปล่า”
“นี่สารวัตร ตั้งแต่ฉันจบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจมา ฉันก็ทำงานเกี่ยวกับยาเสพติดมาตลอด มีหรือที่เรื่องแค่นี้ฉันจะคิดไม่ได้”
“ท่านผู้กำกับสั่งมาว่าไม่ให้เรายุ่งเรื่องนี้”
“ฉันเชื่อว่าต้องมีคนสั่งผู้กำกับมาอีกที”
“คุณก็...อยู่ที่นี่มันก็ต้องรู้หลบหลีก”
“แต่ความจริงมันกำลังจะบอกว่านายเรืองเดชอาจเป็นคนอยู่เบื้องหลังการปล้นยาเสพติดของกลาง”
“แต่เราไม่มีหลักฐาน”
“ฉันจะหาเอง ฉันเชื่อว่าที่พวกมันมาดักยิงเรา มันตั้งใจมาทำลายหลักฐาน”
“เห็นว่ามีคนมาช่วย”
“ใช่ ฝีมือระดับเทพเลย ที่สำคัญมอเตอร์ไซค์เขาสวยมาก”
“คุณคิดว่าใช่คนที่หน่วยเหนือส่งมาหรือเปล่า”










