ตอนที่ 3
“ฉันไม่ได้ถ่ายอะไรนี่ จะไปมีภาพได้ยังไง”
“ฉันไม่เชื่อ แกต้องเปลี่ยนการ์ด...ส่งมา หรืออยากจะเห็นฉันระเบิดหัวแฟนแก”
“ฉันไม่ได้เป็นแฟนเขา” แสงฉายตอบพรวด
สิงขรไม่สนเล็งปืนมาที่หญิงสาวแล้วขึ้นนก แววตาเข้ม คิมหันต์มองตาสิงขรพลางครุ่นคิดในใจเพื่อหาทางให้ตัวเองและแสงฉายรอด
สิงขรสีหน้าดุดันกำลังจะเหนี่ยวไก ทันใดนั้นมีตำรวจตระเวนชายแดนกลุ่มหนึ่งเคลื่อนที่เร็วเข้ามาห่างราว 20 เมตร
“หยุด หยุดแล้ววางอาวุธ”
เสียงตะโกนสั่งทำให้สิงขรสะดุด เบนปากกระบอกปืนจากแสงฉายไปที่กลุ่มตำรวจตระเวนชายแดนทันที
สองฝ่ายยิงตอบโต้กันพักหนึ่งก่อนที่พวกสิงขรจะเป็นฝ่ายถอยหนีไป เมื่อเสียงปืนสงบลงกลุ่มตำรวจตระเวนชายแดนก็พุ่งไปที่คิมหันต์และแสงฉาย
“นี่มันเรื่องอะไรกัน”
สองคนนิ่งอึ้ง ยังอยู่ในสภาวะตกอกตกใจไม่หาย แต่ก็โล่งอกที่รอดตายหวุดหวิด
หลังจากนั้นคิมหันต์กับแสงฉายตามกลุ่มตำรวจตระเวนชายแดนไปที่ค่าย สองคนโดนสอบสวนเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งพวกเขาก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดอย่างไม่ปิดบัง
หัวหน้ากลุ่มตำรวจตระเวนชายแดนรับฟังเรื่องราวแล้วเปรยขึ้นว่า
“พวกค้าอาวุธงั้นหรือ”
“ใช่ครับ ผมไปเห็นพวกมันซื้อขายกันเข้า มันเลยไล่เก็บผม”
“แล้วมีหลักฐานไหม เห็นคุณมีอุปกรณ์ถ่ายภาพ น่าจะถ่ายเอาไว้บ้าง”
แสงฉายไม่รอให้คิมหันต์ตอบก่อน เธอแทรกขึ้นมาอย่างทันทีทันใด
“พวกมันเอากล้องเราไปค่ะ เลยไม่มีหลักฐาน”
คิมหันต์แปลกใจว่าทำไมแสงฉายไม่พูดความจริงว่ามีหลักฐานอยู่ที่ตัว แต่เขาก็นิ่งๆไม่พูดอะไรออกมา
“งั้นผมยังคงทำอะไรไม่ได้ แต่ผมสั่งลูกน้องให้ไปดักตามจุดต่างๆที่พวกนั้นน่าจะใช้เป็นเส้นทางขนของแล้ว เดี๋ยวผมจะให้เขาเอารถไปส่งคุณ”
เมื่ออีกฝ่ายเดินออกห่างไปแล้ว คิมหันต์อยู่กับแสงฉายตามลำพัง นักข่าวหนุ่มอดซักถามเพื่อไขข้อข้องใจของตนไม่ได้
“ทำไมไม่เอาการ์ดให้ตำรวจ”
“ทีนายยังไม่เอาการ์ดให้หัวหน้าป่าไม้เลย”
พูดแล้วแสงฉายอมยิ้ม คิมหันต์เข้าใจทันทีว่าช่วงเวลาแบบนี้ไว้ใจใครไม่ได้ทั้งนั้น
ooooooo










