ตอนที่ 15
ผัวเก็บข้าวของพวกปืน อุปกรณ์แคมป์ต่างๆ “ตายไปแล้วคงไม่ได้ใช้ ขอฉันนะ” แล้วยังเอาปืนสั้นของเสธ.องอาจ และปืนลูกซองไป ขณะที่เมียรู้สึกสงสารพูดกับผัวว่า
“ช่วยฝังศพเขาหน่อยไหม เอาของของเขาไปแล้วนี่”
ผัวพยักหน้ารับ พลันเมียหันไปเห็นนวลปรือตาพยายามขยับร่างกาย
“นี่แก...คนนี้ยังไม่ตาย”
“งั้นไปตามพวกเรามาเร็ว ทำใจดีๆนะน้องสาว”
นั่นคือเหตุการณ์วันนั้นที่ทำให้นวลรอดตาย และวันนี้นวลก็เอาปืนพกของ เสธ.องอาจมาคืนให้คมด้วย
“นี่คงเป็นสมบัติชิ้นเดียวของพ่อที่ฉันมี ขอบคุณน้านวลมากนะครับ”
นวลยิ้มทั้งน้ำตาและพยายามจะพูดว่าตนดีใจที่ได้เจอคม ตาจุ้นเห็นแล้วพลอยน้ำตาซึมซึ้งใจไปกับสองคนด้วย
“ถึงเขาจะพูดไม่ได้ เขาก็พยายามตามหาพวกเอ็ง”
“พวกฉัน?”
นวลทำท่าทางจะบอกคมว่าน้องของเขาสองคนยังไม่ตายพลางเอารูปถ่ายเก่าๆให้ดูทำให้คมเข้าใจและมั่นใจ
“พวกเราสามคนพี่น้องยังไม่มีใครตาย...
น้องเล็กยังไม่ตายจริงๆด้วย”
นวลเล่าความหลังว่าตนได้สองผัวเมียช่วยเหลือ ก่อนที่จะไปเจอศพวิภาแม่ของคมแต่ไม่มีศพของน้องชายคนเล็ก
“นี่แสดงว่าฉันเจอน้องหมดทุกคนแล้ว”
“น้านวลของแกเห็นเมฆาแล้ว”
นวลยิ้มทำมือบอกว่าเมฆารูปหล่อและดูองอาจ ตาจุ้นนึกได้รีบบอกคมว่า
“เมฆาบอกกับข้าว่าจะมีการแลกของกันที่แก่งช้างข้าม”
“ฉันต้องไป”
นวลทำท่าทางห้ามและอยากรู้ว่าจะไปทำไม
“ฉันต้องไปน้านวล ฉันต้องไปช่วยน้องฉัน”
“ดูสภาพตัวเองก่อนสิวะ” ตาจุ้นท้วง
“ฉันไหว ต่อให้ฉันตายฉันก็ต้องไปช่วยน้องฉัน”
นวลส่ายหน้าดิกไม่ให้ไปพร้อมกับสวมกอดคมไว้ ตาจุ้นถอนใจก่อนเตือนคมว่า
“ไม่เชื่อข้าก็ควรเชื่อญาติผู้ใหญ่ของเอ็งด้วย”
คำพูดของตาจุ้นทำให้คมชะงักไปอย่างหนักใจ
ooooooo
ใกล้ค่ำ พวกจอบิกำลังเตรียมความพร้อมเพื่อติดตามคิมหันต์ที่จะโดนพวกบิลลี่ควบคุมตัวไปแก่งช้างข้าม แต่แสงฉายยังกังวลใจเพราะป่านนี้ยังไม่รู้ว่าพวกมันจะเอายังไงแน่
“ใจเย็นๆ เดี๋ยวมันก็ต้องเคลื่อนไหว”
“ทำไมเราไม่ไปรอที่แก่งช้างข้ามเลยล่ะอาจอบิ”
“ผู้พันอูถั่นไม่มีทางข้ามมาเขตไทยแน่”
“อ้าว แล้วทำไมเขาถึงนัดรับของที่แก่งช้างข้ามล่ะ”
“นั่นแหละที่ฉันสงสัย”
ทุกคนยังคิดไม่ตก จังหวะนี้ลูกน้องคนหนึ่งเข้ามารายงานว่า
“ท่านจอบิครับ พวกบิลลี่เคลื่อนไหวแล้วครับ”
จอบิ แสงฉาย และจำปูนตื่นตัว หลังจากนั้นไม่นานทุกคนก็ลอบไปเกาะติดสถานการณ์ห่างจากกลุ่มพวกบิลลี่พอสมควร
คาราวานทหารและบิลลี่เดินทางไปตามป่าโดยมีคิมหันต์อยู่ในขบวนสภาพโดนใส่กุญแจมือ คิมหันต์มองคนโน้นคนนี้และพยายามสอดส่ายสายตามองหาพวกของตน แล้วแกล้งทำเป็นบ่นเพื่อให้พวกมันเบนความสนใจมาอยู่ที่เขาแทนสิ่งแวดล้อมรอบตัว
“อยู่ทั้งวี่ทั้งวันไม่เดินทาง มาเดินทางเอาตอนมืดค่ำ”
“ใครจะไปโง่เดินโท่งๆให้ทหารฝั่งแกจับ... หุบปากซะ แล้วเดินไป”
บิลลี่ตวาดแล้วเดินขึ้นไปข้างหน้า คิมหันต์ลอบทำเครื่องหมายไว้ด้วยการย่ำรอยเท้าหนักๆ และทำให้ต้นไม้ข้างทางราบไปตามแรงเดิน
ooooooo
ขณะเดียวกันเรืองเดชกำลังเตรียมตัวเดินทางไปในวันพรุ่งนี้ เขาเอาปืนออกมาตรวจเช็กเพื่อให้พร้อมสำหรับใช้งาน
เสียงเคาะประตูห้องทำให้เรืองเดชชะงัก ได้ยินพราวฟ้าเรียกพ่อ เขารีบเก็บปืนไม่ให้เธอเห็นพลางร้องบอก
“เข้ามาสิลูก”
พราวฟ้าเปิดประตูเข้ามานั่งข้างเรืองเดช สีหน้าเธอหมองหม่นจนคนเป็นพ่อสังเกตเห็นถามว่า
“เป็นไงบ้างลูก ชุดแต่งงานสวยไหม”
“ก็พอได้ค่ะ”










