ตอนที่ 15
ตาจุ้นส่ายหน้าแล้วตัดสินใจจะพูดความลับ “ข้าจะบอกอะไรให้นะ คมน่ะมันไม่ใช่แค่โจร แต่มันเป็นพี่...”
เสียงโทรศัพท์มือถือของเมฆาดังแทรกขึ้นทำให้ตาจุ้นชะงักพูดไม่จบ เมฆารีบรับสายเพราะเป็นผู้บังคับบัญชาโทร.มา
“ครับผู้การ...เนตรดาว...ได้ครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้” เมฆาวางสายแล้วบอกตาจุ้นว่าไว้ค่อยคุยกันวันหลัง จากนั้นก็เดินตัวปลิวไปไม่ฟังเสียงร้องเรียกของตาจุ้นที่พูดไล่หลัง
“อ้าว เลยไม่รู้เรื่องกัน...เฮ้อ! แล้วใครจะเลี้ยงเหล้าข้าอีกเนี่ย”
นวลปรากฏตัวตรงหน้าตาจุ้นทันที เธอใช้ภาษามือบอกว่าจะเลี้ยงเหล้าเขาเอง เสร็จแล้วยื่นกระดาษที่เขียนชื่อแนะนำตัวเองว่าชื่อนวล ตาจุ้นมองงงๆ แต่ก็เชื้อเชิญเธอนั่งลง
เมฆาไปพบผู้การสมเดชกับสารวัตรอนันต์ได้รวดเร็วทันใจ เขาอ่านข้อความที่เนตรดาวส่งมาให้ผู้การสมเดชแล้วคิดวิเคราะห์ด้วยความสงสัย
“นี่เป็นข้อความที่หมวดเนตรดาวโทร.มาบอกว่าเธอสบายดี ไม่ได้หายไปไหน”
“แต่มันน่าสงสัยในบางคำพูดครับ เช่นตอนนี้ฉันมีแขก แล้วก็แก่งช้างข้ามไม่ยากที่ใครจะไป หมวดเนตรดาวพูดเหมือนเป็นรหัสจะบอกอะไรบางอย่าง”
“นั่นสิ ผมถามว่าเธออยู่ไหน เธอก็ไม่ยอมบอก พูดแต่ว่าไม่สะดวก ติดคุยธุระ”
“ผมเข้าใจแล้ว เนตรดาวถูกจับตัวไป” เมฆาพูดโพล่งมั่นใจ แต่ผู้การสมเดชกับสารวัตรอนันต์ตกใจ
“แน่ใจหรือ”
“แน่ใจครับ แต่คิดว่าเธอจะไปเจอเราที่แก่งช้างข้ามกับแขกที่เธอบอก”
“ผมว่าเราเดินทางไปล่วงหน้าก่อนดีกว่า”
“ดีเหมือนกันครับ” เมฆาร้อนรนเป็นห่วงเนตรดาว
ooooooo
เย็นนั้นสิงขรพาพราวฟ้าไปลองชุดแต่งงานทั้งที่เธอไม่เต็มใจ ดังนั้นเธอจึงใช้เวลาไม่นานก็กลับออกมาขึ้นรถหน้าร้านแล้วปิดประตูปัง ไม่สนสิงขรที่เข้ามานั่งฝั่งคนขับด้วยรอยยิ้มสุขใจ
“เป็นไง ชอบไหมชุดแต่งงาน”
พราวฟ้าคอแข็งตอบเสียงขุ่นว่าชอบหรือไม่ชอบมันสำคัญตรงไหน
“ครั้งหนึ่งในชีวิตของผู้หญิงก็ต้องการแต่งชุดนี้ไม่ใช่หรือ”
“มันไม่ได้สำคัญที่ชุด แต่มันสำคัญที่คนที่แต่งด้วยมากกว่า อย่างดีพี่ก็ได้แต่ตัวฉันไป”
“ปากดีนัก” สิงขรโกรธเลือดขึ้นหน้าจะบีบคอพราวฟ้า แต่ทว่าหยุดยั้งอารมณ์เดือดนั้นไว้ บอกว่า “รอให้ถึงวันนั้นก่อนเถอะ ฉันจะจัดให้อย่างสาสมทั้งพ่อทั้งลูกเลย” พูดจบก็ออกรถไปอย่างแรง
ขณะนั้นคมยังหลบรักษาตัวอยู่ในบ้านตาจุ้น ท่าทางคมอาการดีขึ้นมากเพราะยาของพราวฟ้าที่ฝากหมวยมาให้เมื่อวันก่อน
ตาจุ้นกลับมาเห็นคมกินข้าวกินยาก็ถามว่าวันนี้เป็นยังไงบ้าง
“ฉันดีขึ้นมากแล้วล่ะ”
“ข้าพาใครบางคนมา”
นวลเดินเข้ามามองคมอย่างพินิจพิจารณา ขณะที่คมก็มองผู้มาเยือนอยู่ไปมาแต่จำไม่ได้
“ตาจุ้นพาใครมา”
“เอ็งมองดีๆสิ มองดีๆ”
นวลน้ำตาเอ่อ คมเริ่มพิจารณาเธอจริงจังและนึกย้อนไปเมื่อตอนตัวเองอายุราวเก้าขวบมีน้านวลคอยดูแลไม่ต่างจากพี่เลี้ยงของเขาและน้องชายอีกสองคน
ในที่สุดคมก็จำเธอได้ “น้านวล น้านวลใช่ไหม”
นวลน้ำตาไหลเข้ามากอดคมพลางส่งเสียงอู้อี้ด้วยความดีใจ
“ฉันคิดว่าน้านวลตายไปแล้ว”
นวลน้ำตาไหลพรากแล้วนึกถึงความหลังในวันที่ตัวเองเกือบตายเพราะโดนคนร้ายตัดลิ้นขาด โชคดีที่มีชาวบ้านสองผัวเมียมาเจอเธอนอนหมดสติอยู่กลางป่า
ชาวบ้านสองผัวเมียออกหาของป่าผ่านมา ที่เกิดเหตุไม่มีใครสักคนนอกจากศพ
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย”
“สงสัยเสียงปืนที่เราได้ยินไกลๆนั่นแหละ ทีแรกคิดว่าพวกพรานล่าสัตว์”










