ตอนที่ 6
ทั้งสองเหมือนถูกดูดเข้าไปเป็นตัวพี่ใหญ่และฉัตร ต่างตกอยู่ในอารมณ์รักที่แสนหวาน แต่แล้วก็หลุดจากภวังค์เมื่อเสียงยายชุ่มแม่ของสุดใจไอแค่กๆ เดินมาที่สระบัวเหมือนจะเดินลงไปในสระบัว
ธีรัชรีบไปจับตัวไว้บอกให้ยายกลับไปที่ห้องก่อน ยายชุ่มสะบัดแขนอย่างไว้ตัวด้วยกิริยาสาววัยขบเผาะบอกว่าตนเพิ่งอายุ 17 จนธีรัชหัวเราะ บอกว่าสระตรงนี้ลึกเดี๋ยวตกน้ำตกท่าไป
ยายชุ่มในกิริยาของเด็กสาวบ่นว่านัดไว้กับนังป่านลูกน้าฉัตรที่ขายผักขายขนมที่ตลาดจะมาเก็บสายบัวทำไมถึงยังไม่มา ขวัญอุมาถามว่าตลาดไหน
“เอ๊า...ถามได้ตลาดปากน้ำโพนี่ไงล่ะ...ฉันขายปลามานานแล้วที่ตลาดปากน้ำโพ...แต่นังป่านมันเพิ่งจะย้ายมาอยู่ไม่นานหรอก ฉันก็ช่วยเก็บผักให้มันไปขายที่ตลาด มันเจ็บออดๆแอดๆทำงานไม่ได้ ยายมันก็แก่ สงสารมัน...นังป่านนี่สวยนะ สวยมาก พวกหนุ่มๆติดกันเกรียว แต่มันไม่สนใจใครเลย มันว่าผู้ชายเหมือนกันหมด หาดีไม่ได้”
“โถ...คุณป่านนี่อกหักหรือคะ”
“ไม่ใช่มัน แม่มัน มันว่าแม่มันถูกพ่อมันทิ้ง เขาว่าเป็นผู้ลากมากดีมีเงินด้วยนะ” ขวัญอุมาถามว่าคุณป่านก็ต้องเสียใจมากสินะ “ตอนนั้นเหรอ มันเป็นวุ้นอยู่ไม่รู้อะไรหรอก มารู้ทีหลังว่าแม่มันหนีพ่อมันมา ทนความร้ายไม่ได้ ไอ้ผู้ชายหลายใจเอาเมียน้อยขี้โกหกมาอยู่ในบ้านจนบ้านลุกเป็นไฟ พ่อมันคงไม่รู้ว่ามีลูกแล้ว”
ยายชุ่มยังเล่าอย่างติดลมว่า “มันเคยชวนฉันเป็นเพื่อนไปหาพ่อมันเพราะได้ยินแม่กับยายมันคุยกัน รู้ชื่อ...รู้บ้าน” ขวัญอุมาถามว่าชื่ออะไร บ้านอยู่ไหน “ชื่อ...ปะ...”
“แม่! มาอยู่นี่เอง โอย...ตกใจตามหาเกือบแย่” เสียงสุดใจขัดจังหวะขึ้น ยายชุ่มแหวใส่ว่าเรียกใครแม่ สุดใจบอกว่าก็แม่นี่ไง แล้วเอากระจกส่องหน้าให้ดู
ยายชุ่มเห็นหน้าในกระจกเป็นคนแก่ก็ตกใจ กลับมาเป็นปัจจุบัน ด่าสุดใจว่าทะลึ่ง สุดใจจึงประคองแม่พากลับบ้าน
ขวัญอุมากลับถึงห้องพักก็ปิดประตูปัง เอาสมุดบันทึกของตัวเองออกมา ลูกปลาถามว่าจะทำอะไร
“ต้องบันทึกมั่ง มีเรื่องที่น่าสนใจ น่าติดตามต่อไป” ลูกปลาแซวว่าตกลงจะเป็นนักเขียนหรือนักข่าวดี
ขวัญอุมาพูดจริงจังว่า “เป็นนักค้นหาความจริง” ลูกปลาถามว่าได้ข้อมูลอะไรมาอีกหรือ
“ชื่อจริงๆของโฉมเฉลาตามบันทึกของปภาคินที่เขียนไว้เธอชื่อฉัตรชนกต้องเป็นคนเดียวกันแน่ๆ วันนี้ฉันเห็นยายชุ่มแม่ของสุดใจแม่บ้านของที่นี่พูดถึงฉัตร ฉัตรอะไรก็ไม่รู้ เลยจดไว้ก่อน...แกพูดถึงคนชื่อฉัตร ชื่อป่าน และปากน้ำโพ จดไว้ก่อนเผื่อเกี่ยวกัน”










