ตอนที่ 6
สตีฟคือชื่อภาษาอังกฤษที่ศิวกรใช้ตอนเป็นนักข่าวภาคสนาม เขาเลือกใช้ชื่อนี้ทำให้ดาวประดับไม่รู้ว่าตัวจริงของเขาคือใคร และวันนี้เขาก็ส่งอีเมลมาคุยกับเธอ
“ขอโทษที่ผมหายไปหลายวัน พอดีผมเพิ่งไปทำข่าวยาเสพติดมาแล้วเกิดหลงป่า คิดว่าไม่รอดกลับมาซะแล้ว”
“หลงป่า! พูดจริงปะเนี่ย”
ดาวประดับอุทาน ส่งอีเมลตอบกลับเขาทันที
“คุณพูดเล่นหรือเปล่า ฉันก็หลงป่าเหมือนกัน”
สองหนุ่มสาวใช้อีเมลผลัดกันเล่าเรื่องราวในป่าที่พ้องกันมากอย่างบอกไม่ถูก ศิวกรยิ้มกว้าง รู้สึกดีเหลือเกินที่ได้คุยสัพเพเหระกับดาวประดับแบบนี้
“คุณเก่งมากนะที่รอดมาได้”
“ที่จริงมีผู้ชายคนนึงช่วยฉันไว้ต่างหาก ถ้าไม่ได้เขาฉันคงตายในป่าไปแล้ว”
ดาวประดับหมายถึงศิวัช...ชายหนุ่มที่หลงป่าและร่วมเป็นร่วมตายไปพร้อมเธอ ดวงตาหวาน
เปล่งประกายขึ้นระหว่างพูดถึงเขา ศิวกรแอบปลื้มและอดยอตัวเองไม่ได้
“จากที่คุณเล่าให้ฟัง...ดูแล้วเขาเป็นคนดีนะ”
“ก็คงจะอย่างนั้นแหละ ฉันว่าคุยเรื่องคุณดีกว่า แล้วคุณหลงป่าที่ไหน”
ศิวกรคงคุยกับดาวประดับอีกนานหากไม่เหลือบไปเห็นเมทินีเดินไปลานจอดรถ นักข่าวหนุ่มหยุดทุกอย่างแล้วตามเลขาสาวของช่อแพรเพื่อทำตามแผนขั้นต่อไปทันที
ooooooo
ศิวกรในคราบศิวัชเจาะยางรถของเมทินีและหาโอกาสไปส่งเธอที่บ้าน เมทินีสงสัยท่าทางแปลกๆของเขาแล้วก็ถึงบางอ้อเมื่อเขาโพล่งถามเรื่องที่คุยกันเมื่อกลางวัน
“ที่คุณบอกว่าผมเลือกคุณช่อ...หมายความว่าไงครับ”
“นายคงไม่ได้ตั้งใจทำยางรถฉันแบน...เพราะอยากให้ฉันมานั่งรถนายใช่ไหม”
“แล้วถ้าผมบอกว่าใช่ล่ะ...พูดเล่นน่ะครับ ผมกำลังจะกลับบ้านพอดี แล้วได้ยินเสียงคุณเมก็เลยเดินไปดู”
นักข่าวหนุ่มเฉไฉไม่ยอมรับความจริง เมทินีหรี่ตามองแล้วอดรู้สึกไม่ได้ว่าศิวัชดูมีเสน่ห์ขึ้น แววตาพราวระยับของเธอทำให้ศิวกรเอะใจแต่ก็ทำเฉยหลอกถามเรื่องศิวัช
“เรารู้จักกันที่นี่ใช่ไหม”
ศิวกรหมายถึงที่เขมวัฒน์ เมทินีพยักหน้า “ใช่...ตอนแรกนายเข้ามาทำฝ่ายไอที ฉันเจอนายตอนนายมาซ่อมคอมพ์ให้ฉัน แล้วหลังจากนั้นเราก็เริ่มคุยกันจนฉันให้นายเปลี่ยนมาทำที่ฝ่ายรักษาภาพลักษณ์องค์กร”
เมทินีหวนคิดถึงอดีตแล้วเหยียดยิ้มสมเพชตัวเอง ศิวกรเห็นแล้วนิ่วหน้า
“มีอะไรเหรอครับ”
“เปล่าหรอก...ฉันแค่ขำตัวเองที่เป็นคนบอกว่านายไม่เหมาะกับฝ่ายไอทีแต่เหมาะที่จะสร้างภาพลักษณ์ให้กับองค์กรมากกว่า รู้ไหมทำไม...เพราะเราจะได้อยู่ใกล้กันไง”
“แล้วที่คุณบอกว่าคืนนั้นคุณไม่น่าพาผมไปด้วย... หมายความว่าไงครับ”
เมทินีชักสีหน้า อารมณ์คุกรุ่นเมื่อคิดถึงอดีต เธอจำได้ว่าพาศิวัชไปแนะนำกับปราณนท์และช่อแพร แต่นั่นกลับเปิดโอกาสให้ช่อแพรมายุ่งกับศิวัช
ช่อแพรถูกตาต้องใจศิวัชมาก และไม่นานหลังจากนั้นเขาก็ได้เป็นผู้จัดการฝ่ายรักษาภาพลักษณ์องค์กร ศิวกรแสร้งพยักหน้ารับรู้แต่ยังทำมึนให้สมกับที่เป็นโรคความจำเสื่อม
“แต่ผมก็ยังไม่เห็นว่ามีอะไรที่เกี่ยวกับคุณช่อแพรเลยนี่ครับ”
“ฉันรู้ว่านายไม่ใช่คนโง่ที่จะเดาเรื่องไม่ออกว่าระหว่างนายกับคุณช่อมันมีอะไร”
“นี่คงเป็นเรื่องที่คุณอยากให้ผมขอโทษ ก็ที่คุณบอกว่าอยากให้ผมขอโทษในเรื่องที่ผมเคยทำเอาไว้มากกว่า”
“ฉันไม่อยากคุยเรื่องนี้แล้ว”










