ตอนที่ 6
เมทินีนั่นเองเป้าหมายของศิวกร นักข่าวหนุ่มจับสังเกตอาการเลขาสาวระยะหนึ่งแล้วคิดจะใช้ข้อมูลเรื่องนี้ให้เป็นประโยชน์ เริ่มจากตีสนิทกับเธอแบบถึงเนื้อถึงตัว!
ศิวกรในคราบศิวัชฉวยจังหวะเมทินีไม่อยู่โต๊ะค้นหาตารางงานของช่อแพร แต่ไม่ทันเจอเธอก็กลับมาที่โต๊ะ
“ทำอะไรของนายน่ะ”
นักข่าวหนุ่มตกใจไม่น้อยแต่ยังตั้งสติรับมือได้ “พอดีฉัตรให้ผมมาเอาเอกสารที่จะให้คุณช่อเซ็นน่ะครับ แล้วผมเห็นว่าคุณเมไม่อยู่ก็เลยจะหาเองน่ะครับ... ขอโทษด้วยครับ”
“ไม่ต้องขอโทษฉันหรอก เพราะถ้าเกิดคุณช่อรู้ว่านายมาขอโทษเลขาต่ำๆอย่างฉัน เดี๋ยวฉันจะแย่อีก”
พูดจบก็เดินไปเปิดลิ้นชักโต๊ะหยิบของบางอย่าง ศิวกรพยายามมองตามแต่เธอก็หมุนตัวมาพูดกับเขาก่อน
“จะว่าไป...นายความจำเสื่อมก็ดีเหมือนกันนะ ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่ได้ยินคำขอโทษจากปากนาย แต่ ฉันอยากได้ยินนายขอโทษในเรื่องที่ควรขอโทษมากกว่า”
เมทินีทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วผละไป ทิ้งศิวกรให้มองตามด้วยความสงสัย และเขาก็ไม่ยอมเสียเวลาหาโอกาสเข้าประชิดเลขาสาวเมื่อเธอไปชงกาแฟให้ช่อแพรในครัว
ท่าทางฮึดฮัดของเมทินีทำให้ศิวกรเดาว่าเธอคงเพิ่งโดนฤทธิ์ของช่อแพร แต่เพื่อความแน่ใจเลยแกล้งหยั่งเชิง หยิบของหวานให้เธออย่างเอาใจ
“กินหวานซะหน่อยจะได้อารมณ์ดีขึ้นครับ”
“รู้ด้วยเหรอว่าฉันอารมณ์ไม่ดี”
เมทินีหันหน้าหนี ไม่อยากใกล้ชิดหรือเสวนากับผู้ชายของช่อแพร ศิวกรไม่ยอมแพ้ ตัดสินใจถาม
“เราเคยมีเรื่องอะไรกันเหรอครับ”
เลขาสาวนิ่วหน้า ศิวกรเลยขยายความ “ก็ที่คุณบอกว่าอยากให้ผมขอโทษในสิ่งที่ควรขอโทษ ผมเลยอยากรู้ว่าก่อนที่ผมจะความจำเสื่อม ผมเคยทำอะไรให้คุณไม่พอใจเหรอครับ”
“แน่ใจนะว่าอยากจำมันได้ ไม่เป็นไรหรอก...มันไม่ใช่ความผิดของนายที่นายเลือกคุณช่อ”
พูดจบก็จะผละจากครัว แต่ก็ไม่วายทิ้งท้าย “คืนนั้น...ฉันไม่น่าพานายไปด้วยเลย”
เมทินีจะออกจากครัวจริงๆ แล้วก็ต้องผงะเมื่อเห็นช่อแพรยืนถือแก้วกาแฟ
“มาอยู่ตรงนี้เอง”
“เดี๋ยวเมชงให้ค่ะ”
ช่อแพรชักมือหนี ปรายตามองศิวัชนิ่งๆ ก่อนเอ่ยเสียงเย็น
“ไม่เป็นไร นานๆได้ชงเองบ้างก็ดี ฉันเข้าใจว่าคนเราชงเองก็ต้องอยากกินเอง...จริงไหม”
เมทินีหน้าเจื่อน เข้าใจความหมายเจ้านายสาวดี ศิวกรในคราบศิวัชไม่พูดอะไรแต่จับสังเกตปฏิกิริยาของสองสาวอย่างตั้งใจแล้วขอตัวกลับไปทำงาน ทิ้งช่อแพรให้มองตามด้วยความแค้นใจที่ศิวัชเย็นชากับเธอเหลือเกิน
ooooooo
ปราณนท์จิตตกมาก พร่ำโทษตัวเองทำให้ดาวประดับลูกสาวบุญธรรมต้องออกจากบ้านและเสี่ยงตายที่ดอนหินกาบ เดชาต้องคอยปลอบกระทั่งดาวประดับตัดสินใจกลับบ้าน
ภาพลูกสาวบุญธรรมลากกระเป๋าเข้าบ้านทำให้ปราณนท์ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ
“ดาว...นี่ดาวจะกลับมาอยู่ที่นี่ใช่ไหม”
ดาวประดับยิ้มให้พ่อบุญธรรมกับคนสนิท ก่อนเอ่ยเสียงเบาว่าช่อแพรเป็นคนบอกให้เธอกลับมา
ปราณนท์พยักหน้ารับรู้ “เห็นไหมว่าน้าช่อเขาก็ไม่ได้เกลียดอะไรลูกซะหน่อย...พ่อขอโทษนะลูก”
“ดาวต่างหากที่ต้องขอโทษพ่อที่ใช้อารมณ์”
พูดจบก็ก้มกราบตักพ่อบุญธรรม ปราณนท์โล่งใจมาก แม้จะคาใจเรื่องช่อแพรบอกให้ลูกสาวกลับบ้านแต่ไม่คิดมาก ภรรยาคงแค่อยากให้ครอบครัวอยู่พร้อมหน้ามากกว่า
ดาวประดับไม่ได้สบายใจนักที่ต้องกลับบ้าน รู้ดีว่าช่อแพรไม่ได้ยินดีให้ตนกลับแต่ยังไม่รู้เหตุผลที่แท้จริง พลันใบหน้าเซ็งๆก็เปลี่ยนเป็นยิ้มกว้าง
เมื่อได้รับอีเมลจากนักข่าวหนุ่มจากดับเบิลยูนิวส์










