ตอนที่ 5
เมื่อหนูดีรู้เหตุผลที่วศินต้องทำอย่างนั้น ตกเย็นก็ไปดักรอพบวศินที่มหาวิทยาลัย ถามว่าเลิกยุ่งกับตน เพราะแค่คำพูดไม่กี่คำของคนอื่นเท่านั้นหรือ วศินบอกตรงๆว่าตนไม่อยากมีปัญหา แค่นี้ตนก็มีเรื่องเยอะพออยู่แล้วไม่อยากรบกับคุณอ้นเรื่องหนูดีอีก ขอให้เห็นใจตนบ้าง
หนูดีถามว่าที่ผ่านมาตนไม่มีค่าอะไรกับเขาเลยใช่ไหม วศินพยายามข่มความเจ็บปวดของตัวเอง แต่พอจะพูด หนูดีก็ตัดบทว่าไม่ต้องพูด ตนไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น พอวศินเงียบ หนูดีพูดอย่างผิดหวังว่า
“ที่จริง...นายมันเป็นคนเห็นแก่ตัวแบบนี้นี่เอง!!”
พูดแล้วหนูดีค่อยๆหันหลังเดินไป วศินมองตามไปด้วยสีหน้าเจ็บปวด เจ็บปวดทั้งความรู้สึกของตัวเองและที่ทำให้หนูดีผิดหวัง
ที่แท้วศินตัดสินใจห่างหนูดี ไม่เพียงเพราะรู้ว่าอ้นรักหนูดีและสรวิชญ์สั่งให้ห่างหนูดี แต่เพราะยังถูกภัสสรหาว่าตนทะเลาะกับวรกิจเรื่องเขากับหนูดี และหนูดีไม่พอใจตนและวรกิจต่อว่าตนก็เพราะเขา ทั้งดูถูกทั้งขู่ว่าเวลานี้เขากลับไปอยู่กับพ่อไม่ได้ลำบากอะไรแล้วทำไมไม่เลิกยุ่งกับครอบครัวตนสักที
วศินบอกว่าตนกับหนูดีเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น ภัสสรบอกว่าแค่เพื่อนก็ไม่ได้ พาลด่าไปถึงวาดว่า
“ฉันรู้สันดานพวกคนอย่างเธอดี เธอก็เหมือนกับแม่เธอที่ต้องการขยับฐานะของตัวเอง”
“ได้โปรดอย่าพาดพิงถึงแม่ผมเลยครับ ท่านตายไปแล้ว”
ภัสสรขอว่าอย่ามายุ่งกับลูกสาวตนได้ไหม เพราะสองคนไม่มีอะไรเหมาะสมกันเลย ไม่ว่าจะในฐานะเพื่อนหรืออะไรก็ตาม แค่คนรู้จักยังไม่คู่ควร ถามว่าถ้าอยากได้คนรวยๆเป็นแฟน ตนมีลูกสาวเพื่อนจะแนะนำให้เอาไหม
วศินบอกว่าตนไม่ได้คบกับหนูดีเพราะความรวย ภัสสรไม่เชื่อ มีแต่เขาต้องเลิกยุ่งกับหนูดีถึงจะเชื่อว่าเขาไม่คิดจับลูกสาวตน เมื่อวศินนิ่งก็ลำเลิกว่า
“ว่าไงล่ะ ไหนบอกว่าคุณวรกิจเป็นผู้มีพระคุณไง เธอยอมให้ครอบครัวผู้มีพระคุณมีปัญหาเพราะตัวเองแบบนี้ใช่ไหม”
เมื่อมีปัญหากับหลายคน โดยเฉพาะกับครอบครัวหนูดีอย่างที่ภัสสรกล่าวหา วศินจึงตัดสินใจแก้ปัญหาอย่างที่ทำ แต่ก็มีปัญหากับหนูดีอีก เขามองหนูดีที่หันหลังเดินจากไป พึมพำเจ็บปวด...
“ผมขอโทษครับ...แต่ผมไม่อยากสร้างปัญหาให้ครอบครัวหนูดีอีกแล้ว”
ooooooo
หนูดีกลับถึงบ้านเจอวรกิจ พ่อถามว่ากลับมาแล้วหรือไหนว่าวันนี้มีติว วัฒน์โพล่งว่าไอ้เด็กยกกระเป๋านั่นมันเบี้ยวน่ะสิ ถูกพ่อปรามว่าทำไมเรียกวศินแบบนั้น วัฒน์เงียบ หนูดีจึงขอตัวไป เดินไปเจอแม่ ภัสสรถามว่าหนูดีหิวไหม แม่มีสาคูไส้หมูจากโรงแรมชื่อดังสนใจไหม ของโปรดไม่ใช่หรือ
“หนูดีเลิกชอบแล้วค่ะ หนูดีเหนื่อย ขอพักก่อนนะคะ”
วรกิจได้ยินเอะใจว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ ส่วนหนูดีพอเข้าห้องนอนก็คิดถึงคำพูดวศินที่บอกว่าตนไม่อยากรบกับคุณอ้นเรื่องเธออีกแล้วขอให้เห็นใจตนด้วย หนูดียิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจ ผิดหวัง บอกกับตัวเองว่า
“ได้!! ในเมื่อนายต้องการแบบนี้ก็ได้!!” แล้วคิดอะไรบางอย่าง...
อ้นพาลลิดาเปิดห้องที่โรงแรมศิริเสนีของพ่อ เริงสวาทกับลลิดาจนเต็มคราบ ลลิดากอดอ้อนว่า
“ลิดาเป็นของพี่อ้นแล้วนะคะ”
“ค่ะ...ขอบคุณนะคะ”
ลลิดากอดอ้น ฝันถึงความสุขความร่ำรวย แต่ครู่เดียวมือถือของอ้นก็ดังขึ้น เขาหยิบดูเห็นเบอร์ของหนูดีก็รีบรับอย่างตื่นเต้นเพราะหนูดีไม่เคยโทร.หาตนเลย ฟังปลายสายแล้วตอบอย่างตื่นเต้นดีใจมากว่า
“ได้สิคะ...พรุ่งนี้พี่จะไปรับแต่เช้า ค่ะ...บ๊ายบายค่ะ” อ้นวางสายอารมณ์ดีมาก
ลลิดาพยายามสะกดอารมณ์ถามว่าหนูดีโทร.มาทำไมหรือ อ้นตอบอย่างมีความสุขว่า...
“หนูดีอยากให้พี่ไปรับที่บ้านพรุ่งนี้เช้า แล้วหลังเลิกเรียนก็ไปช็อปปิ้ง ดูหนังกันน่ะค่ะ” พูดแล้วลุกแต่งตัว
ฝ่ายหนูดีเมื่อโทรศัพท์คุยกับอ้นแล้วถามตัวเองว่า “นี่เราทำอะไรลงไปเนี่ย...ไม่น่าเลย...”
ooooooo
ลลิดาเห็นอ้นตื่นเต้นดีใจที่หนูดีโทร.มานัดพรุ่งนี้หลังเลิกเรียนไปช็อปปิ้งดูหนังกันก็เจ็บลึกถามว่าไหนพี่อ้นว่าหนูดีไม่สนใจพี่แล้วไง
“หนูดีไม่ค่อยสนใจพี่หรอก แต่พี่สนใจ เพราะถึงยังไงผู้ใหญ่ก็คงทำให้เราแต่งงานกันได้อยู่แล้ว”
“อะไรนะคะ...แล้ว...แล้วลิดาล่ะคะ ลิดาเป็นของพี่แล้วนะคะ”
“ค่ะ แต่พี่ไม่ใช่ของลิดานี่คะ” อ้นตอบอย่างไม่แยแส ลลิดาถามแทบไม่เป็นภาษาว่าพี่อ้น...หมายความ ว่ายังไง? “ฟังไม่ชัดเหรอคะ งั้นฟังให้ดีๆนะ ลิดาอยากเป็นของพี่ พี่ก็ให้เป็น แต่ลิดาไม่ใช่เจ้าของพี่...เข้าใจตรงกันด้วยนะ”
ลลิดาแทบหมดแรง มองอ้นเหวอ เห็นเขาแต่งตัวเสร็จก็หยิบเงินปึกใหญ่ออกมาวางไว้ตรงหน้า บอกว่าพี่ให้ เอาไปซื้อเสื้อผ้าสวยๆใส่ พูดแล้วเดินออกไปเลย ไม่มีแม้แต่คำเอ่ยลา ลลิดาน้ำตาไหลพรากคำรามแค้น “นังหนูดี!!!”
หลังจากหนูดีโทรศัพท์ไปนัดอ้นให้ไปรับที่มหาวิทยาลัยแล้วไปช็อปปิ้งดูหนังกันแล้ว พอนิ่งคิดได้ก็เสียใจ วรกิจที่เห็นอารมณ์ไม่ปกติของลูกตามไปถามว่ามีปัญหาอะไรกับวศินหรือเปล่า หนูดีจึงเล่าที่วศินบอกว่าไม่อยากให้ตนไปยุ่งกับเขา ตนทำให้เขามีปัญหา










