ตอนที่ 5
อ้อกำลังจะไปเรียนเห็นทั้งสองก็หยุดดูอีกคน วศินตอบโต้อ้นว่า
“ตอนแรกก็กะจะออกไปเหมือนกันล่ะครับ แต่พอเห็นคุณกล่าวหาแม่ผมแบบนี้ก็เลยเปลี่ยนใจ” อ้นอึ้งเหวอที่ถูกตอบโต้ ไปไม่เป็น วศินพูดต่ออย่างเยือกเย็นว่า “เพราะถ้าผมไปก็เท่ากับยอมรับว่าแม่ตัวเองทำ แต่ผมไม่เชื่อ แล้วก็คิดว่าคุณสรวิชญ์ก็ไม่น่าจะเชื่อด้วย เพราะไม่งั้นเขาคงไม่ไปหาไปขอร้องแม่ผมให้กลับมาอยู่ด้วยถึงที่บ้าน”
อ้นปากคอสั่นได้แต่ตะคอก “แก!!” แต่พอดีอ้อเข้ามาขัดจังหวะถามวศินว่าจะไปเรียนแล้วใช่ไหม ไปกันเถอะ อ้นขวางทันทีว่าไม่ได้ วันนี้ตนจะไปหาหนูดีที่มหาวิทยาลัยกับอ้อด้วย อ้อถามว่าแล้วรถของพี่อ้นล่ะ อ้นแถไปเรื่อยว่าขี้เกียจขับ
พาลกระแชงอ้อว่าไม่อยากให้ตนไปด้วยหรือ เดี๋ยวนี้เห็นคนอื่นดีกว่าพี่แท้ๆแล้วหรือ
วศินตัดปัญหาบอกอ้อว่าวันนี้ตนตั้งใจจะไปทำธุระที่อื่นก่อนอยู่แล้ว ตนไปเองสะดวกกว่า อ้อจึงชวนอ้นไปขึ้นรถ พวงมณีกับอาร์ตที่แอบดูอยู่เดินมาเย้ยวศิน พวงมณีเหยียดปากสมน้ำหน้า ส่วนอาร์ตด่าว่า
“โง่ อยู่ข้างนอกดีๆอยู่แล้ว เข้ามาให้เขาดูถูกทำไม แล้วจะรู้สึก”
วศินมองตาอาร์ตเห็นแววเศร้าลึกๆในดวงตา ทำให้เขารู้สึกเห็นใจอาร์ตมาก แล้วก็นึกขำโชคชะตาของตัวเอง ถอนใจพึมพำสมเพช “นี่หรือบ้าน...นี่หรือครอบครัวของเรา??”
ooooooo
ที่มหาวิทยาลัย ลลิดาใส่ชุดนักศึกษาฟิตเซ็กซี่แต่งหน้าสวย ซ้อนมอเตอร์ไซค์วินมา พอเห็นมอเตอร์ไซค์เข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัยก็โวยวายให้จอด...จอด พอรถจอดลงมาก็บ่นอารมณ์เสียว่าบอกแล้วว่าไม่ให้ขี่มาส่งถึงในรั้วมหาวิทยาลัย
ที่แท้มอเตอร์ไซค์วินคือพ่อที่ไม่อยากให้ลูกเดินไกล แต่ลลิดาอายที่มีพ่อเป็นมอเตอร์ไซค์วิน พอลงจากรถก็ไล่ให้พ่อรีบไปกลัวเพื่อนมาเห็น
ลลิดาเป็นเพื่อนใหม่ของอ้อกับหนูดี หนูดีมาเจอลลิดา ครู่หนึ่งอ้อกับอ้นก็เดินมา พอเจอหนูดีอ้นรีบบอกว่าจะมาชวนหนูดีไปดูหนังหลังเลิกเรียน หนูดีบอกว่าเลิกเรียนตนมีติว เหลือบเห็นวศินเดินผ่านมาบอกอ้นว่าติวเตอร์มาพอดี ลลิดาเห็นวศินหล่อเท่ก็แอบสนใจแต่อ้นพูดขึ้นอย่างดูถูกว่า “ไอ้เด็กยกกระเป๋าลูกเมียน้อย”
อ้อติงพี่ชายว่าดูถูกคนอื่นน่าเกลียด ส่วนหนูดีโบกมือทักทายวศินว่า “เย็นนี้เจอกันนะอาจารย์” วศินเห็นอ้นหน้าบึ้งจึงเดินเลยไป ลลิดาเห็นสายตาของอ้นที่มองหนูดีก็เดาออก มองอ้นอย่างเป็นเป้าหมาย
อ้อเห็นบรรยากาศไม่ดีเลยเปลี่ยนเรื่องแนะนำลลิดากับอ้นว่าเป็นเพื่อนใหม่ของตนกับหนูดี อ้นเห็นลลิดาสวยก็เริ่มสนใจ
อ้นไปขึ้นรถหรูของตัวเองที่ลานจอดรถยังนึกแค้นวศิน ขณะกำลังออกรถก็ตกใจเมื่อเห็นนักศึกษาสาวคนหนึ่งเดินตัดหน้ารถแล้วล้มลง อ้นตกใจรีบลงไปดูจึงเห็นว่าเป็นลลิดานั่นเอง
เจ้าหล่อนมารยาทำเป็นลุกไม่ไหวขอให้อ้นช่วยประคองขึ้นมา พออ้นประคองก็ถลาซบอกเขาแล้วทำเป็นตกใจ มองอ้นหน้าเกือบสัมผัสกัน อ้นกอดกระชับไว้แนบอกยิ้มชอบใจ ประคองลลิดาไปที่รถ
อ้นขับรถไปคุยไปว่านึกว่าเธอเข้าเรียนแล้วเสียอีก ลลิดาโกหกว่าตนลืมเอารายงานมาจากบ้าน อาจารย์ดุ ตนเลยลาป่วยคาบเรียนนี้ อ้นหัวเราะขำๆ เธอถามอ้อนว่าพี่อ้นจะว่าตนเป็นเด็กเกเรใช่ไหม เขาพูดขำๆว่าเพราะตนก็เคยเป็นเด็กเกเรแบบนี้เหมือนกัน ลลิดาอ่อยอ้อนว่า
“ถ้างั้น เด็กเกเรคนนี้จะขอโดดเรียนไปดูหนังกับพี่อ้นจะได้ไหมคะ”
มีหรือที่เสือจะปฏิเสธเหยื่อที่มาอ่อยถึงปาก...อ้นมองหน้าลลิดายิ้มอย่างมีความหมาย...
ooooooo
พอเลิกเรียน หนูดีกับอ้อรีบไปที่ซุ้มที่นัดติวกับวศิน เห็นเขานั่งรออยู่กับเพื่อนผู้หญิง เขาแนะนำแก่หนูดีกับอ้อว่า
“นี่หญิงเพื่อนผม” อ้อขออนุญาตว่าวันนี้ตนขอมาติวด้วย วศินมองบอกว่าคงต้องถามติวเตอร์เขาดูนะ แล้วบอกหญิง “เราฝากน้องอ้อน้องสาวเราอีกคนนะหญิง”
หนูดีถามว่าหมายความว่ายังไง วศินบอกว่าตนคงติวให้หนูดีไม่ได้แล้ว พอดีไม่สะดวกเลยขอให้หญิงมาเป็นติวเตอร์แทน บอกหนูดีว่าไม่ต้องห่วงรับรองว่าสอนเก่งกว่าตนอีก
หนูดีมองหน้าวศินอย่างไม่พอใจแล้วเดินออกไปเลย อ้อเห็นดังนั้นรีบตามไป วศินพยายามเรียกหนูดี แต่หนูดีไม่แม้แต่จะหันมอง วศินจึงขอโทษหญิงบอกว่าหนูดีไม่ได้ไม่พอใจเธอแต่คงโกรธตนมากกว่า
“ถ้าเป็นฉัน...ฉันก็โกรธ เธอไม่น่าทำแบบนี้กับน้องเขาเลยนะวศิน”
“ให้เขาโกรธฉันแบบนี้ดีแล้วล่ะ เขาจะได้ไม่เดือดร้อน”
วศินมองตามหนูดีไป คิดถึงที่อ้นฟ้องสรวิชญ์ตอนที่ชกต่อยกันว่าเห็นวศินอยู่กับหนูดีเลยเข้าไปเตือนให้รู้ว่าตนกับหนูดีคบกันอยู่ และคำเตือนของสรวิชญ์ที่ว่ารู้แล้วก็อยู่ห่างๆหนูดีเขาซะ
ฝ่ายหนูดีบ่นกับอ้อว่าทำไมพี่ชายอ้อทำกับตนแบบนี้ไม่มีเหตุผลเลย อ้อบอกว่าพี่วศินเขาคงมีเหตุผล ตนรู้ หนูดีถามว่าเหตุผลอะไร
“อ้อได้ยินมาว่า เมื่อวานนี้ที่บ้านเกิดเรื่อง แต่เรื่องอะไรอ้อไม่รู้ รู้แต่ว่าคุณพ่อสั่งห้ามพี่วศินไม่ให้ยุ่งกับหนูดีอีก” หนูดีรับไม่ได้ถามว่าทำไมพ่ออ้อต้องทำแบบนี้ด้วย แล้วหนูดีก็อึ้งเมื่ออ้อบอกว่า
“ถ้าอ้อเดาไม่ผิดก็เพราะพี่อ้นนั่นแหละ”










