ตอนที่ 10
เช้านี้ภัควัฒน์ยังนอนอยู่บนเตียงเสียงมือถือก็ดังขึ้น เขาบ่นหงุดหงิดว่าใครโทร.มาแต่เช้า แต่พอรับสาย เสียงปลายสายก็คุกคามมาว่า เมื่อไหร่คุณจะเอาเงินมาใช้หนี้ที่บ่อน วัฒน์ถามว่าหนี้อะไร
คนสนิทของทองเติมบอกว่าหนี้ที่เขายืมที่บ่อนคุณทองเติมไง วัฒน์หายง่วงเป็นปลิดทิ้งตะคอกว่าทำไมตนต้องคืนด้วยเพราะคุณทองเติมบอกไม่มีก็คุยกันได้ มันบอกว่าไม่รู้ มันมีหน้าที่ทวง อย่างอื่นเขาต้องคุยกับคุณทองเติมเอง วัฒน์บอกว่าติดต่อไม่ได้จะให้คุยยังไง มันไม่รับรู้ ยื่นคำขาดว่า
“ถ้าภายในวันนี้คุณไม่มาใช้หนี้ ผมจะไปตามเก็บคุณเอง”
วัฒน์ถามว่าตนเป็นหนี้เท่าไหร่ มันบอกว่า 10 ล้าน วัฒน์ตกใจแทบช็อก ด่าว่าเงิน 10 ล้าน ตนจะหาที่ไหนมาคืนได้ภายในวันเดียว มันบอกว่านั่นมันเรื่องของคุณ แล้ววางสายเลย
วัฒน์ตื่นเต็มตา เครียดหนัก ไม่รู้จะหาเงินจากไหน พลันก็นึกได้ จะลองขอคุณแม่ดู
หนูดีบอกแม่ว่าตนรับเป็นพรีเซนเตอร์งานการกุศลของเจ้าอินมงคลเป็นการออกแรงช่วยงานเขาแล้ว แม่ไม่ต้องคิดมาก แม่บริจาคเงินเท่าที่เราทำได้ก็พอ ไม่น่าเกลียดแล้ว
ภัสสรร้องไห้ หนูดีถามว่าแม่ร้องไห้ทำไม วัฒน์เดินเข้ามาพอดีเลยชะงักแอบฟัง
“แม่แค่คิดถึงพ่อของลูก ตอนเขาอยู่เขาไม่เคยทำให้เราลำบากกันเลย ทำไมต้องมาเป็นแบบนี้ด้วย”
“แม่คะ ชีวิตคนเรามีขึ้นมีลง ความสุขอยู่กับเราไม่นาน ความทุกข์ก็ไม่ได้อยู่กับเราตลอดไปเหมือนกันนะคะแม่ แล้วทุกอย่างจะผ่านไปค่ะ”
ภัสสรพยักหน้าทั้งน้ำตา วัฒน์ที่แอบดูอยู่เห็นแม่ร้องไห้ก็ไม่กล้าพูดเรื่องเงิน เดินหน้าเครียด
กลับไปที่ห้อง คิดว่าถึงไปขอคุณแม่ก็ไม่มีเงินให้อยู่ดี คิดไปคิดมานึกได้
“จริงสิ!! พี่อ้น??”
วัฒน์ไปหาอ้น พอเอ่ยปาก อ้นถามว่าจะเอาเงินไปทำไมตั้ง 10 ล้าน วัฒน์บอกว่าใช้หนี้ที่บ่อนคุณทองเติม อ้นถามว่านี่แกไปเล่นการพนันเหรอ?
“โธ่...วัฒน์ก็แค่ลองเสี่ยงๆเผื่อจะหาเงินมาใช้หนี้ไอ้วศินมัน ก็แม่พี่ไม่ให้แม่ผมยืมเงินนี่”
อ้นเสียงแข็งทันทีว่ามันเกี่ยวอะไรกับแม่ตน หนี้ก็เป็นหนี้ของครอบครัวเขา วัฒน์โกรธแต่พยายามข่มหวังจะได้เงิน บอกว่าตนก็แค่พูดเฉยๆ ไม่ได้ว่าอะไร อ้นปรามว่าวันหลังอย่าพูดลามปามแม่ตนอีก
“วัฒน์ไม่กล้าแล้วล่ะ แต่สรุป พี่อ้นให้ยืมเงินใช่ไหม”
อ้นถอนใจเปิดลิ้นชักหยิบเช็คออกมาเขียน วัฒน์ใจชื้นขึ้นเป็นกอง อ้นเซ็นเช็คแล้วบอกว่า “ฉันเห็นแก่หนูดีนะ อ่ะ เอาไป” แต่พอวัฒน์รับมาเห็นตัวเลขหนึ่งแสนก็หน้าเสียบอกว่าตนเป็นหนี้ 10 ล้านไม่ใช่หนึ่งแสน
“นี่แกบ้าหรือโง่กันแน่วะ ใครจะให้แกยืมตั้ง 10 ล้าน ฉันให้แสนนึงก็บุญแล้ว ที่เหลือแกก็ไปหาเอาเองสิ” วัฒน์อ้อนว่าปลายปีได้ปันผลหุ้นบริษัทตนใช้คืนแน่ๆ อ้นเสียงแข็งว่า “แสนนึงจะเอาไม่เอา”
พออ้นเสียงแข็ง วัฒน์ก็เสียงอ่อนว่าก็ได้ อ้นไล่ให้ไปได้แล้วเดี๋ยวหนูดีจะมาหาตน เขาคงไม่อยากให้หนูดีรู้เรื่องนี้ใช่ไหม เจอไม้ตายแบบนี้วัฒน์ก็รีบลุกไป อ้นมองตามไปอย่างดูถูก
ooooooo
วินพัตรากับทีมงานไปถ่ายทำที่สถานสงเคราะห์เด็กแห่งหนึ่งเตรียมงานของโครงการ อ้นกับหนูดีเดินเข้ามา อ้นแนะนำหนูดีว่าเป็นคู่หมั้นของตน หนูดีเห็นวินพัตราก็ทำหน้าแปลกใจทัก
“อ้าวคุณนั่นเอง”
อ้นถามว่ารู้จักกันแล้วเหรอ หนูดีอึกอัก วินพัตรา
บอกว่า “เราเคยเจอกันที่บ้านของเพื่อนน้อยน่ะค่ะ” พอหันไปเห็นวศินกับอินทัชกำลังเดินมาก็บอก “อ้าว...นั่นไง พูดถึงก็มาพอดี”
หนูดีอึ้งและอ้นเซ็งที่มาเจอวศิน วินพัตราแสดงความสนิทสนมเข้าไปควงแขนวศิน แนะนำหนูดีกับอ้นแล้วทำเป็นอุทานว่า อุ๊ย...ลืมไป น่าจะรู้จักกันแล้ว วศินเอ่ยสวัสดีทั้งกับหนูดีและอ้น
วินพัตราบอกว่าหนูดีกับอ้นมาช่วยเป็นพรีเซนเตอร์โครงการการกุศลของเรา บรรยากาศเริ่มอึดอัด พอดีทีมงานมาถามว่าพรีเซนเตอร์พร้อมหรือยัง วินพัตราจึงให้ทั้งสองไปแต่งหน้าแต่งตัวก่อน ระหว่างนี้จะให้ผู้กำกับบรีฟงานอีกที
พอหนูดีกับอ้นเดินไป วินพัตราก็หันมายิ้มกับวศิน ขอบคุณพ่อเลี้ยงที่มาช่วยดูงาน พอดีงานเร่งกะทันหัน ระหว่างนั้นอินทัชมองวินพัตรานิ่ง เมื่อเธอไปเข้าห้องน้ำเขาไปดักถามว่า
“คุณน้อยกำลังทำอะไรอยู่กันแน่ครับ”
“เรื่อง?”
“ก็เรื่องที่ให้คุณหนูดีกับคุณอ้นมาช่วยเป็นพรีเซนเตอร์งานนี้”
“ไม่เห็นจะมีอะไรเลย น้อยก็แค่อยากให้พวกเขามาช่วยโปรโมตงาน” อินทัชมองหน้าอย่างไม่เชื่อ เธอจึงหาทางเลี่ยง ขอตัวไปทำงาน แล้วเดินหนีไปเลย อินทัชมองตามส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อ
ooooooo
เพราะวัฒน์เอาเงินไปใช้หนี้แค่แสนเดียว ลูกน้องทองเติมจึงขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดที่หน้าบ้าน วัฒน์กลัวคนในบ้านเห็นรีบโทร.ไปถามมันว่าจะตามมาทำไม ก็ตนเอาเงินไปให้แล้ว
มันบอกว่าเป็นหนี้ตั้ง 10 ล้านใช้ให้แค่แสนเดียว วัฒน์บอกว่าจะทยอยจ่ายคืนให้ ให้มันกลับไปเลย แต่มันยังทำโอ้เอ้กวนประสาทอยู่หน้าบ้าน ภัสสรเห็นถามว่าใครหรือ วัฒน์โกหกว่าไม่รู้บอกแม่ว่าอย่าไปสนใจเลย ภัสสรกลัวว่าจะเป็นพวกมาดูลาดเลาเตรียมปล้น บอกให้ไปแจ้งตำรวจดีกว่า










