ตอนที่ 10
สรวิชญ์เครียดจนเจ็บหน้าอกต้องเอามือกุมไว้ อ้นรีบเข้าประคอง เขาสะบัดมืออ้นออกหันขวับบอกสุดาวรรณ “เรามีเรื่องต้องคุยกันคุณสุ!” อ้นมองหน้าแม่ใจเสีย แต่สุดาวรรณบอกว่าไม่ต้องห่วง แม่จัดการได้ แล้วเดินตามสรวิชญ์ไป
พอเข้าไปในห้องทำงาน สรวิชญ์โกรธมาก ถามเสียงเครียดว่า “ฝีมือคุณใช่ไหม” สุดาวรรณทำไขสือถามว่าคุณพูดเรื่องอะไร
“คนร้ายที่เข้าไปในโกดังบริษัทวศิน คุณรู้จักเขาหรือเปล่า” ถูกย้อนถามว่าตนจะรู้จักได้ยังไง “แล้วทำไมผู้ชายคนนั้นเขาเอาเอกสารมาฝากไว้ให้คุณ” สุดาวรรณบอกว่าตนงงไปหมดแล้ว สรวิชญ์โมโหเลยหยิบซองเอกสารออกมา “ก็นี่ไง ผู้ชายคนนั้นมาหาผม แล้วฝากเอกสารนี้มาให้คุณ”
สุดาวรรณยังทำหน้าตายยืนกรานไม่รู้จักผู้ชายคนนั้นและไม่รู้เรื่อง สรวิชญ์จึงให้เปิดเอกสารออกดู
พอฉีกซองดึงเอกสารออกดู เธอเล่นใหญ่กว่าเก่า ทำเป็นตกใจหน้าเสียถามว่าอะไรกันเนี่ย แล้วยื่นให้สรวิชญ์ดู พอเขารับมาดูก็ผงะ เพราะเอกสารเขียนด้วยเลือดว่า
“ถึงเวลาที่พวกพี่ต้องได้รับผลกรรมแล้ว... เสาวภา!!!”
“เสาวภา!!!??? นี่มันอะไรกัน”
“นั่นสิคะ” สุดาวรรณผสมโรง พอสรวิชญ์ถามว่ายัยภาเกี่ยวอะไรด้วย สุดาวรรณทำอึกอัก “เอ่อ...มีเรื่องนึงที่สุยังไม่ได้บอกคุณ สุไม่รู้ว่าจะเกี่ยวกันรึเปล่า แต่ถ้าสุบอก คุณอย่าโกรธนะคะ”
พอล่อให้สรวิชญ์มาเข้าทางตนแล้ว สุดาวรรณทำเป็นจำใจเล่าว่า
“สุให้คนสืบเรื่องแม่บุญธรรมของวศินที่ชื่ออังกาบเพราะสงสัย จนรู้ความจริงว่าอังกาบก็คือคนที่เรารู้จักน่ะค่ะ” สรวิชญ์พาซื่อถามว่าใคร สุดาวรรณไม่ตอบแต่เอาเอกสารที่ลลิดาไปสืบมาให้ดู เป็นรูปถ่ายระหว่างวศินกับอังกาบ
“ยัยภา!!!” สรวิชญ์อุทานแปลกใจ สุดาวรรณยิ้มสมใจที่ทุกอย่างกำลังเป็นไปตามแผนของตน
ฝ่ายอังกาบให้อินปันพยายามโทร.ติดต่อวศินแต่เขาปิดเครื่อง อังกาบเชื่อว่า...
“ฝีมือสุดาวรรณแน่ๆ มันคงอยากให้พ่อลูกทะเลาะกันอีก เพื่อกันวศินออกจากศิริเสนี ผู้หญิงคนนี้โลภไม่สิ้นสุด ฉันกลัววศินจะหลงกลแผนมันอีก” อินปันถามว่าแล้วนายแม่จะทำยังไง? อังกาบนิ่งไปครู่หนึ่งจึงบอก “คงถึงเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากันแล้วอินปัน ฉันจะไปกรุงเทพฯตอนนี้...ให้คนจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินให้ฉันด่วน แล้วก็ฝากดูแลไร่กับอองตองด้วย”
ooooooo
ภัสสรกับหนูดีกำลังจะออกไปข้างนอก แต่รอวัฒน์อยู่ หนูดีบอกแม่ให้ไปกันเถอะเดี๋ยวจะไม่ทันนัด เพราะพี่วัฒน์ไม่กลับบ้านหลายวันแล้ววันนี้ก็อาจจะไม่กลับมาอีกก็ได้
แต่พอจะไปก็เห็นวัฒน์เดินโทรมเข้ามา ภัสสรดีใจรีบไปรับ พอเข้าใกล้ก็บ่นว่าตัวเหม็นทั้งเหงื่อทั้งเหล้า ถามว่าหายไปไหนมาตั้งหลายวัน วัฒน์โกหกว่าไปหายืมเงินมาใช้หนี้ ภัสสรถามว่าได้ไหม วัฒน์ทำหน้าเมื่อยบอกว่าเงินตั้งแยะไม่กี่วันเองใครจะหาได้
หนูดีบอกว่าพี่วัฒน์ไม่ต้องคิดมากเพราะหนูดีกับแม่เอาหุ้นของเราสองคนไปใช้หนี้แทนแล้ว วัฒน์โวยวายว่าทำแบบนี้วศินก็กลายเป็นหุ้นส่วนใหญ่ในห้างเราน่ะสิ หนูดีบอกว่าเราไม่มีทางอื่นแล้ว
“แบบนี้วัฒน์ก็อายพวกพนักงานตายเลย”
“ใจเย็นๆลูก ไอ้วศินมันสัญญาว่าถ้าเราหาเงินใช้หนี้หมดมันจะคืนหุ้นให้แม่กับหนูดี”
“เงินตั้งเยอะแยะมันจะไปหามาคืนง่ายๆได้ยังไง” วัฒน์บ่น หนูดีบอกว่าก็ยังดีกว่าถูกฟ้องจนไม่เหลืออะไร “เออๆอยากทำอะไรก็ทำ ไม่ต้องสนใจความรู้สึกวัฒน์หรอก โธ่เว้ย วันนี้ทำไมมันซวยอะไรนักหนา” วัฒน์หัวเสียแล้วเดินปึงปังไปเลย
ภัสสรพยายามเรียกวัฒน์ แต่หนูดีบอกให้ปล่อยพี่วัฒน์ไปสงบสติอารมณ์อยู่กับตัวเองก่อน เรารีบไปกันเถอะเดี๋ยวไม่ทัน...
วินพัตราอยู่ที่คอนโด วันนี้ลองถอดผ้าก๊อซที่พันขาออก เห็นว่าข้อเท้าไม่บวมแล้วเลยลองเดินดูก็เดินได้เป็นปกติ เธอยิ้มดีใจ นึกถึงวันที่อินทัชมาส่ง เขาดูแลช่วยเหลืออย่างดีก่อนไปยังเตือนอย่าลืมกินยาตามหมอสั่ง
แต่พออินทัชจะกลับ วินพัตราเรียกไว้ ตัดสินใจถามเรื่องที่ค้างคาใจว่า
“ตั้งแต่รู้จักกันมา น้อยไม่เคยเห็นพ่อเลี้ยงใส่ใจผู้หญิงคนไหนเท่าคุณหนูดีมาก่อนเลย พ่อเลี้ยงชอบคุณหนูดีใช่ไหมอินทัช”
อินทัชกระอักกระอ่วนใจ ถูกวินพัตราดักคอว่าเขาเป็นคนสนิทของพ่อเลี้ยง รู้ใจพ่อเลี้ยงทุกอย่างอย่าบอกนะว่าไม่รู้ ตนไม่เชื่อ เห็นอินทัชถอนใจก็บอกว่า
“บอกน้อยมาเถอะว่าเป็นเรื่องจริงหรือน้อยคิดมากไปเอง น้อยจะได้รู้ว่าตัวเองควรเดินหน้าต่อหรือหยุดแค่นี้” วินพัตราน้ำตาคลอจนอินทัชสงสาร ตัดสินใจบอกความจริงว่า
“พ่อเลี้ยงกับคุณหนูดีเคยมีความรู้สึกดีๆต่อกันมาก่อนจริงๆครับ”
“ถ้างั้นต่อจากนี้ไปน้อยก็จะพยายามคิดกับพ่อเลี้ยงแค่เพื่อนคนนึง”
“แต่ผมคิดว่าเรื่องระหว่างพวกเขาสองคนอาจจะเป็นไปไม่ได้อีกแล้วล่ะครับ เพราะคุณหนูดีเลือกที่จะหมั้นกับคุณอติศักดิ์พี่ชายของพ่อเลี้ยงน่ะครับ”
อินทัชตัดสินใจบอกเพราะยิ่งฟังก็ยิ่งสงสารวินพัตรา ทำให้วินพัตรามีความหวังขึ้นมา
ต่อมาวินพัตราดูข่าวหมั้นของหนูดีกับอติศักดิ์ที่พาดหัวข่าว “งานหมั้นลูกสาวเจ้าของห้างกับลูกชายของโรงแรม ภัควดี-อติศักดิ์” ดูแล้วก็คิดอะไรบางอย่าง หยิบมือถือขึ้นมากดหาเจ้าอินมงคล
“ว่าไงแม่งานของลุง นี่ลุงอยู่ที่โรงแรมศิริเสนีนะ มาดูสถานที่แถลงข่าว”
พอรู้ว่าเจ้าลุงอยู่ที่โรงแรมศิริเสนีก็ดีใจบอกว่าพอดีตนมีเรื่องจะให้คุณอติศักดิ์ช่วยหน่อย ถามว่าเจ้าลุงรู้จักไหม มีเบอร์โทรศัพท์เขาไหม เจ้าอินมงคล
บอกว่าเดี๋ยวลุงนัดให้เลยดีไหม วินพัตราขอบคุณเจ้าลุง วางสายแล้วคิดอย่างไม่ยอมแพ้...“ในเมื่อคุณมีคู่หมั้นอยู่แล้ว คุณก็ไม่คู่ควรกับพ่อเลี้ยง...คุณหนูดี!!”
ooooooo










