ตอนที่ 10
เมื่อเตือนสติวศินจนเขาได้คิดแล้ว อังกาบย้ำว่า
“อย่าลืมเป้าหมายของลูกสิวศิน นี่อาจจะเป็นโอกาสเดียวที่ลูกจะได้รู้ความจริง”
“ครับแม่ ขอบคุณครับที่เตือนสติผม บางทีผมอาจจะต้องเปลี่ยนแผน ทำอะไรบางอย่าง”
เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะที่ทุกคนยกเว้นอาร์ตนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ถวิลก็เข้ามารายงานสรวิชญ์ว่ามีคนมาขอพบแล้วทุกคนก็ตะลึงอึ้งเมื่อวศินปรากฏตัวขึ้น อ้นตวาดทันทีว่ามาทำไม จะมาหาเรื่องอะไรคุณพ่ออีก!
“มีอะไรอีกวศิน” สรวิชญ์ถาม
“ผมจะมาถามท่านว่า ท่านยังคิดจะยกตำแหน่งประธานบริษัทให้ผมอยู่หรือเปล่า” สรวิชญ์ถามว่าทำไม
“เพราะผมเปลี่ยนใจจะรับตำแหน่งนี้แล้วน่ะสิครับ”
ทุกคนนิ่งงันไปทันที วศินมองทุกคนยิ้มเยือกเย็นอย่างเป็นต่อ
ooooooo
สรวิชญ์เดินนำวศินออกมาคุยกันนอกบ้าน ทุกคนที่โต๊ะยังนิ่งเครียดกินไม่ลง มีแต่อ้อคนเดียวที่กินอาหารไปตามปกติ
สุดาวรรณกินไม่ลงกระแทกช้อนเดินออกไป อ้นตามมาถามแม่ว่า...เอาไงดี อ้นไม่ยอมนะ เธอหันตอบเสียงเข้มทันทีว่า “แม่ก็ไม่ยอมเหมือนกัน”
สรวิชญ์ถามวศินว่าไหนบอกว่าไม่อยากได้ตำแหน่งนี้ ทำไมถึงเปลี่ยนใจ วศินบอกว่า
“เพราะสิ่งที่ผมต้องการ จำเป็นต้องใช้ตำแหน่งนี้ครับ”
“ถึงถามก็คงไม่บอกว่าคืออะไร” วศินบอกว่าแล้วท่านจะรู้เอง “โอเค ความเป็นจริงตำแหน่งนี้ก็ควรเป็นของลูกอยู่แล้ว ถ้างั้นพ่อจะ...”
“คุณคะ...” สุดาวรรณเรียกขัดขึ้นแล้วทำทีขอโทษบอกว่า “พอดีมีสายด่วนจากเจ้าอินมงคลน่ะค่ะ”
สรวิชญ์ถามว่ามีอะไร สุดาวรรณโกหกว่าน่าจะเกี่ยวกับปัญหาโรงแรม สรวิชญ์บอกวศินให้รอเดี๋ยวแล้วเดินตามสุดาวรรณไป
แต่พอไปถึงห้องทำงาน เห็นโทรศัพท์วางอยู่ปกติ พอถามสุดาวรรณก็บอกว่าตนโกหกเพราะอยากคุยกับเขาเรื่องตำแหน่งบริษัทที่วศินขอมา
สรวิชญ์ถอนใจบอกว่าเรื่องนี้เราคุยกันเข้าใจแล้วนี่?
“แต่นั่นไม่ใช่ตอนที่เรารู้เรื่องน้องภานี่คะ...เรายังไม่รู้เลยว่าน้องภายังโกรธคุณกับฉันอยู่จริงรึเปล่า แล้วที่วศินกลับมาเพราะอะไรกันแน่...คุณอยากทำสิ่งที่ถูกต้อง อยากคืนทุกอย่างให้ลูกน่ะฉันเข้าใจค่ะ แต่เราแน่ใจได้ยังไงคะว่าความคิดดีของเราจะไม่ย้อนกลับมาทำให้เราเดือดร้อนทีหลัง ไหนจะลูกๆเราอีก แล้วยังพนักงานในบริษัทอีกตั้งเท่าไหร่ ถ้าเราตัดสินใจผิด พวกเขาต้องเดือดร้อนด้วยนะคะ คิดให้ดีๆก่อนนะคะคุณ...ฉันขอร้อง”
สุดาวรรณหว่านล้อมจนสรวิชญ์นิ่งไป และเมื่อเธอเดินออกมาผ่านรูปอมราที่แขวนอยู่ก็หยุดพูดกับรูปอย่างท้าทายว่า “คุณแม่เป็นคนเริ่มเองนะคะ”
แล้วเรื่องราวในอดีตกลับมาให้คิดแค้นอีกครั้ง... เมื่อเสาวภาหนีออกจากบ้านไป และอมราก็ทุกข์ใจเป็นห่วงลูกจนกินไม่ได้นอนไม่หลับไม่รู้จะไปตกระกำลำบากหรือเปล่า จนถวิลเป็นห่วงปลอบว่าคุณประมวลรักคุณภามาก คงไม่ทำให้คุณภาลำบากหรอก
“เพราะนังลูกสะใภ้ฉันคนเดียว ผู้หญิงคนนี้มันเหมือนงูพิษ ฉันไม่น่ายอมให้ตาวิชญ์แต่งกับมันเลย ฉันจะต้องหาทางเอามันออกไปจากชีวิตตาวิชญ์ให้ได้”
“คุณท่านจะทำยังไงคะ”
“วาดไง...ฉันรู้ว่าตาวิชญ์มันชอบวาดมานานแล้ว ฉันจะยกวาดให้ตาวิชญ์ แล้วดูว่ามันไม่มีลูกแต่วาดมีลูกกับตาวิชญ์ได้เมื่อไหร่ ฉันจะหาทางเฉดหัวนังงูพิษนี้ออกไป”
ถวิลติงว่าทำแบบนี้ก็เท่ากับวาดต้องเป็นเมียน้อย อมราถอนใจ บอกว่าตนไม่มีทางเลือกจริงๆ ทางเดียวที่จะดึงลูกชายออกจากนังผู้หญิงเลวๆแบบนี้ได้ ก็มีแต่วาดเท่านั้นที่จะช่วยได้
ไวเท่าความคิด อมราถามถวิลว่าวาดอยู่ไหน พอรู้ว่าอยู่ในครัวก็เดินอ้าวไปทันที
สุดาวรรณแอบฟังอยู่ แค้นแทบกระอักเลือดเมื่อถูกอมราแก้เผ็ดอย่างเจ็บแสบ...
มาถึงวันนี้ แม้อมราจะเสียชีวิตไปแล้วแต่ความแค้นของสุดาวรรณยังคุอยู่ตลอดเวลา เธอพึมพำ...
“คุณแม่เคยบอกว่าสุเป็นนังงูพิษนี่คะ สุก็จะเป็นให้ถึงที่สุด”
วศินยืนคอยอยู่พักใหญ่ ก็มีคนใช้มาบอกว่าคุณท่านให้มาบอกว่าให้กลับไปก่อนเพราะท่านติดธุระสำคัญ ยังไงเรื่องที่คุยไว้ท่านจะติดต่อไปอีกที
วศินพยักหน้า มองไปที่ตึกเห็นสุดาวรรณกับอ้นยืนมองอย่างผู้ชนะอยู่ในตึก วศินเดินออกไปพึมพำ...
“ดูท่าเราจะมาถูกทางแล้วนะครับแม่”
กลับถึงบ้านเขาบอกอังกาบว่าตนเริ่มมั่นใจแล้วว่าทั้งหมดเป็นฝีมือของคุณสุดาวรรณอย่างที่แม่สงสัย อังกาบบอกว่างั้นเราต้องบอกเรื่องนี้กับพี่วิชญ์ วศินเห็นว่าเรื่องแบบนี้ให้คุณสรวิชญ์รู้ด้วยตัวเองจะดีกว่า
“จริงสิ...คนเป็นผัวเมียกันบอกไปก็คงไม่เชื่อง่ายๆ ถ้างั้นเราต้องหาทางเปิดโปงสุดาวรรณให้พี่วิชญ์รู้”
ooooooo
เพราะรู้ว่าอาร์ตไม่สบาย อ้อจึงไปเยี่ยม อาร์ตสะพายกระเป๋าเป้กำลังจะแอบออกไปเห็นอ้อก็รีบหลบ
อ้อมาเจอถวิลบอกว่าจะมาเยี่ยมอาร์ต ถวิลบอกว่าเมื่อกี้ยังได้ยินเสียงเหมือนมีคนอยู่ในห้อง
อ้อจึงไปเคาะประตูเรียก อาร์ตได้จังหวะรีบหลบออกไป
ภายในห้องเงียบ อ้อจึงเปิดประตูเข้าไปปรากฏว่าอาร์ตไม่อยู่ ได้ยินเสียงพวงมณีพูดจากข้างหลังว่า










