ตอนที่ 10
“อย่าเลยครับคุณแม่ไม่มีอะไรหรอก” วัฒน์รีบห้าม พอดีพวกมันขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป “นั่นไงครับ พวกมันไปกันแล้ว
ภัสสรถามว่าวัฒน์รู้จักพวกนั้นด้วยหรือ วัฒน์ถามตนจะไปรู้จักพวกมันได้ยังไง เพียงแต่กลัวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่เท่านั้น ภัสสรบอกว่าถ้าเจอมันอีกคราวหน้าต้องแจ้งตำรวจแล้วนะ
ภัสสรบอกวัฒน์เรื่องจะไปงานแถลงข่าวโครงการการกุศลของเจ้าอินมงคล อยากให้เขาไปด้วย วัฒน์พยายามเลี่ยงแต่เกรงใจแม่เลยจำต้องรับปาก
การถ่ายรูปเพื่อเตรียมงานเปิดโครงการที่สถานสงเคราะห์เด็ก วินพัตราบอกทีมงานให้ถ่ายรูปพรีเซนเตอร์สองคนก่อนค่อยถ่ายคลิปโปรโมต ตากล้องบอกว่าเซตแรกจะถ่ายรูปคู่ก่อน อ้นได้โอกาสโพสท่าโอบกอดหนูดีจนเธอสะดุ้งเกร็งไปหมด แต่ตากล้องยังบอกให้ชิดกันอีกนิด ให้ดูรักกันหน่อย อ้นได้ทีเอาหน้าแนบหน้าหนูดีทำเป็นอินกับงานมาก
วศินแทบทนดูไม่ได้ แต่วินพัตรายิ้มพอใจ
ชมให้บาดใจว่า “เขาดูเหมาะสมกันดีนะคะพ่อเลี้ยง” ส่วนลลิดาก็มองภาพนั้นอย่างเจ็บปวดอยู่เงียบๆ
จนเมื่อถ่ายรูปกับพวกเด็กๆ หนูดีหยอกล้อและเล่นกับเด็กอย่างร่าเริงสนุกสนาน อ้นกลับมีท่าทีรังเกียจแม้พยายามทำให้ดูดีรักเด็กแต่ไม่เนียน
วันรุ่งขึ้นเป็นวันแถลงข่าว เจ้าอินมงคล เจ้าพลกาวิลและวินพัตราช่วยกันรับแขก เรือนแก้วไม่ได้รับบัตรเชิญแต่มาเพราะรู้ข่าวจากเพื่อนที่เป็นนักข่าว พอเจอวินพัตราก็กระแนะกระแหนกันไปมาว่าอีกฝ่ายเป็นสัมภเวสีเห็นพ่อเลี้ยงอยู่ที่ไหนก็ชอบมาขอส่วนบุญ
วินพัตราบอกว่าไม่ต้องกลัวตนหรอก เพราะคนที่ควรกลัวคือคนอื่น เรือนแก้วถามว่าใคร วินพัตราบอกว่าเดี๋ยวพ่อเลี้ยงมาให้คอยสังเกตดูเองก็แล้วกัน
วัฒน์จำใจไปงานกับแม่แต่ตาล่อกแล่กระแวงว่าพวกทวงหนี้จะตามมา จนหนูดีถามว่าพี่วัฒน์มองหาใคร วัฒน์ทำเสียงแข็งว่าไม่มีซักหน่อย แต่หนูดีไม่เชื่อ
เจ้าอินมงคลขอบคุณภัสสรที่มางานและขอบใจหนูดีที่มาเป็นพรีเซนเตอร์ให้ วินพัตราเชิญหนูดีไปแต่งตัวก่อน พอทีมงานพาหนูดีไป เรือนแก้วก็ทำหน้าตายเดินตามไปด้วย วินพัตราเห็นแล้วยิ้มอย่างมีเลศนัย
พอครอบครัวสรวิชญ์มาถึง เจ้าอินมงคล เจ้าพลกาวิลและวินพัตราเข้าไปต้อนรับ พอเจ้าพลกาวินแนะนำวินพัตราแก่สุดาวรรณ เธอชื่นชมอย่างออกนอกหน้าว่า
“แหม...เห็นตาอ้นบอกว่าหนูน้อยน่ารัก...
พอเจอตัวจริงนี่น่ารักจริงๆนะคะ”
“คุณแม่ครับ...” อ้นกระซิบเรียกแม่อย่างเกรงใจหนูดี
ภัสสรดูท่าทีสุดาวรรณออกว่าเริ่มสนใจวินพัตราก็ไม่พอใจ ซ้ำสุดาวรรณยังทำเป็นเพิ่งเห็นทักว่าคุณภัสสรก็มาด้วยหรือ เลยถูกภัสสรเหน็บว่า เดี๋ยวนี้มองไม่เห็นกันเสียแล้ว
วินพัตราเชิญอ้นไปแต่งตัวเลยเพราะหนูดีเข้าไปแล้ว เจ้าอินมงคลก็เชิญทุกคนเข้าไปข้างในกัน แต่ยังไม่ทันเข้าไป เจ้าพลกาวิลหันไปเห็นอังกาบกับวศินเข้ามาก็ทักยินดี
“อ้าว...พ่อเลี้ยงชัชชน คุณอังกาบ” เจ้าพลกาวิลจึงแนะนำให้รู้จักกับเจ้าของโรงแรมและภรรยา
“ยัยภา?!” สรวิชญ์อุทาน
“สวัสดีค่ะพี่วิชญ์” อังกาบยิ้มอย่างคนคุ้นเคย ทุกคนงงว่าทั้งสองรู้จักกันได้ยังไง เว้นแต่วศินกับสุดาวรรณ เจ้าพลกาวิลถามว่านี่รู้จักกันแล้วหรือ แล้วทุกคนก็อึ้งเมื่ออังกาบบอกว่า “คุณสรวิชญ์เป็นพี่ชายแท้ๆของฉันเองค่ะ”
เมื่อพี่น้องที่ไม่ได้เจอกันเป็นสิบปีมาเจอกันจึงยืนคุยกันตามลำพัง สุดาวรรณคอยมองสองพี่น้องอย่างระแวง พวงมณีเดินมาสมทบถามว่าพี่สรวิชญ์มีน้องสาวด้วยหรือ ไม่ได้ยินดียินร้ายกับพี่น้องได้เจอกันแต่กลัวสมบัติที่มีอยู่ของสรวิชญ์จะมีตัวหารเพิ่มขึ้น โวยวายจนสุดาวรรณตวาดให้เงียบ ไล่จะไปไหนก็ไป แล้วจ้องจิกสรวิชญ์กับอังกาบไม่วางตา
แต่บังเอิญภัสสรแอบเห็นและได้ยิน
ooooooo
สรวิชญ์คุยกับอังกาบ ต่างพูดถึงระยะเวลาที่ไม่ได้เจอกันหลายปีเพราะพบกันครั้งสุดท้ายในงานศพคุณแม่ สรวิชญ์บอกว่าไม่คิดว่าเราจะได้มาเจอกันอีก
“วันนี้ภาตั้งใจมาเจอพี่วิชญ์โดยเฉพาะค่ะ” อังกาบเข้าสู่ประเด็น สรวิชญ์ถามว่าเธอหายไปเป็นสิบๆปีตั้งใจกลับมาหาตน เธอต้องการอะไรแน่
“ภาอยากมาเตือนพี่ พี่วิชญ์เคยเสียภาไปแล้วครั้งนึง ภาไม่อยากให้พี่เสียลูกชายอย่างวศินไปอีก”
สรวิชญ์ถูกสุดาวรรณเป่าหูจนฝังใจ ถามว่าเธอกลับมาเพื่อแก้แค้นตนใช่ไหม ไม่ทันที่อังกาบจะอธิบายอะไร สุดาวรรณก็มาตามสรวิชญ์บอกว่านักข่าวอยากสัมภาษณ์ ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ขอพาตัวสรวิชญ์ไปก่อน
สรวิชญ์เป็นฝ่ายเดินนำไปก่อนเลย สุดาวรรณตามไปไม่วายหันมายิ้มเย้ยอังกาบที่ได้แต่ยืนถอนใจ...
อังกาบเดินมาหาวศินที่ยืนอยู่กับอินทัช บอกว่าที่ตั้งใจจะมาคุยกับพี่วิชญ์คงมาเสียเที่ยวแล้วล่ะ เพราะคุยกันได้ไม่กี่คำพี่วิชญ์คิดว่าแม่ยังโกรธเขาและจะมาเอาคืน วศินบอกว่าคุณสรวิชญ์ไม่เคยเชื่อใครนอกจากคุณสุ
“ผู้หญิงคนนี้ร้ายจริงๆ แม่คงต้องหาโอกาสเข้าหาพี่วิชญ์อีกครั้ง”
วศินมองไปพอดีสบตาอย่างจังกับสุดาวรรณที่มองจิกมาทางเขากับอังกาบ วศินบอกอังกาบว่า
“แต่ครั้งนี้คงไม่ง่ายแล้วล่ะครับ”
ooooooo










