ตอนที่ 3
เก้าเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งเพราะเสียนกับอ้ายผิงเชื่อว่าซุนหลิงต้องเข้าออกผ่านประตูหลัง ซึ่งพ่อบ้านเก่าแก่เป็นคนถือกุญแจ เก้ากลัวสองพี่น้องแทนซุนหลิง กระนั้นก็ช่วยโกหกกลบเกลื่อนว่าลืมลงกลอนประตูหลัง เสียนกับอ้ายผิงทำหน้าไม่เชื่อ โชคดีเซียะเนี้ยได้ยินเรื่องทั้งหมดและเชื่อหมดใจว่าพ่อบ้านเก่าแก่คงลืมจริงๆ
เซียะเนี้ยทำให้เก้าพ้นข้อกล่าวหาหวุดหวิด กระนั้นอ้ายผิงก็ไม่นิ่งนอนใจประกาศกร้าวให้เปลี่ยนกุญแจชุดใหม่ทั้งบ้านรวมทั้งจะให้คนมาติดกล้องวงจรปิดในบ้านด้วย
อาการเกรี้ยวกราดเกินกว่าเหตุของอ้ายผิงทำให้ทุกคนในบ้านประหลาดใจ โดยเฉพาะเสียนที่สำเหนียกได้เป็นครั้งแรกว่าน้องสาวคนโตเปลี่ยนไปจริงๆ...ทั้งโมโหร้ายและเจ้าคิดเจ้าแค้นกว่าเดิมมาก
ooooooo
สุ้ยไถ่กลับไปรอซุนหลิงที่บ้านเทียนซั่งเพราะอยากรู้เรื่องทั้งหมด แต่ไม่ทันซักไซ้สองหนุ่มสาวก็ต้องไปโรงพยาบาลเพราะมีคนโทร.แจ้งเรื่องส่งไห้ประสบอุบัติเหตุ
ส่งไห้มีแผลเล็กน้อย แค่บนศีรษะและรอยช้ำตามตัวนิดหน่อย สุ้ยไถ่พยายามถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงแต่ส่งไห้ยังโกรธมากเอ่ยปากไล่เขาไปให้พ้นหน้า
สุดท้ายนัททีเพื่อนสนิทของสุ้ยไถ่ซึ่งเป็นคุณหมอประจำโรงพยาบาลดังกล่าวก็ต้องเป็นคนกลางขับรถไปส่งส่งไห้ที่บ้านเทียนซั่ง โดยมีรถของสุ้ยไถ่ที่มีซุนหลิงนั่งเป็นเพื่อนตามมาติดๆ กระทั่งถึงบ้านนัททีจึงขอตัวกลับทันที เปิดโอกาสให้สองพี่น้องฝาแฝดเคลียร์กันเอง
ส่งไห้เปิดประตูลงจากรถนัททีได้ก็เข้าห้องลงล็อก สุ้ยไถ่ตามไปเคาะประตูเรียกเสียงดัง “เปิดก่อนนายเล็ก...ฉันจะพูดกับนายเดี๋ยวนี้ นายเล็ก... เปิดประตู นายจะตาขาวไปถึงไหนฮะ จนป่านนี้นายก็ยังไม่กล้าสู้ความจริง...ขี้แพ้!”
ขาดคำประตูห้องก็เปิดพร้อมหมัดลุ่นๆของส่งไห้ สุ้ยไถ่ล้มแต่ยังปาดเลือดมุมปากช้าๆ เอ่ยเสียงหนักแน่น
“ตัดใจจากอ้ายผิงซะ...เชื่อฉัน!”
เสียงสองพี่น้องฝาแฝดเถียงกันเสียงดังทำให้เหลาไท่ต้องมาดู ไม่นานสุ้ยไถ่ก็หอบสภาพปากห้อเลือดมาหาและเล่าเรื่องราวทั้งหมดโดยไม่ปิดบัง เหลาไท่ถอนใจหน่ายๆ
“ฉันนึกอยู่แล้วเชียว เธอสองคนไม่เคยทะเลาะอะไรกันรุนแรง จะมีก็แต่เรื่องนี้ แต่ก็ดีแล้วที่ทางนั้นชัดเจนมาว่าจะยังไง ไม่อย่างงั้นก็จะเข้าใจผิดวุ่นวายกันไปใหญ่ เอาเถอะ...เดี๋ยวเจ้าน้อยมันจะเข้าใจ”
“ครับเหลาไท่...อ้อ...เดี๋ยวผมจะลงไปที่ตรังนะครับ”
สุ้ยไถ่ไม่เห็นประโยชน์จะกลุ้มใจเรื่องน้องชายฝาแฝด เขาเชื่อว่าสักวันเวลาและความจริงจะทำให้ส่งไห้ทำใจได้ ฉะนั้นบทสนทนาหลังจากนี้ของเขากับเหลาไท่จึงเป็นเรื่องทุจริตในบริษัทเดินเรือ
เหลาไท่แปลกใจที่หลานชายคนโตจะไปตรังกะทันหัน สุ้ยไถ่จึงอธิบายเสียงเรียบแต่จริงจัง
“ผมให้คนของอาเหลียงแอบเข้าไปถ่ายส่งมาเมื่อวันก่อน ตอนนี้เรือเกือบทุกลำของเราที่ตรังถูกดัดแปลงในสภาพแบบนี้หมดถึงได้มีการเบิกค่าซ่อมเรือกันเป็นว่าเล่น”
“นี่มันอะไรกัน!”
“เรือของเราถูกใช้ลักลอบขนสิ่งผิดกฎหมายบางอย่าง...”
ooooooo










