ตอนที่ 5
มิรันตีไม่อยากมางานแต่อยากอยู่กับสราวุธสองต่อสอง เธอแกล้งทำเครื่องดื่มหกรดเสื้อผ้าและขอให้เขาพาไปส่งบ้าน ชายหนุ่มปฏิเสธไม่ออก แต่ขอไปบอกคนที่บ้านของเธอก่อน
อยู่ทางนี้มิรันตีวางแผนเพื่อให้ตัวเองอยู่กับสราวุธสองต่อสองนานๆ เรื่องอะไรจะรีบไปให้ถึงบ้าน เธอแอบออกไปปล่อยลมยางรถของเขาอย่างเนียนๆ
กระต่ายกลัวผิดแผน มากำชับทรงกลดอีกครั้งให้เขาสารภาพรักเพ็ญลักษณ์ พูดจบก็ผลักไสเขาไปหาอาของตนโดยที่เจ้าตัวลำบากใจสุดๆ
ทรงกลดไม่ได้สารภาพรัก แต่ใช้ช่วงเวลาที่เต้นรำกับเพ็ญลักษณ์บอกให้รู้ว่าเขาไปอเมริกาแล้วจะไม่กลับมาเมืองไทยอีก
“ทำไมคะ”
“ที่นี่ไม่เหมาะกับผม แต่ถ้าไปแล้วไม่กลับมาเลย ก็อดห่วงไม่ได้อีก”
“คุณกลดห่วงเรื่องอะไรคะ”
“เรื่องเดียวที่ผมห่วงก็คือต่าย”
เพ็ญลักษณ์ผิดหวัง แต่ยิ้มกลบเกลื่อนฟังเขาพูดต่อไป
“หลังจากที่รู้ว่าต่ายจะต้องไปอยู่โรงเรียนประจำ ผมยิ่งเป็นห่วง ผมอยากจะขออนุญาตคุณเล็ก ขอไม่ให้ต่ายไปอยู่โรงเรียนประจำได้ไหมครับ”
“คนตัดสินใจไม่ใช่เล็กค่ะ แต่เป็นคุณพ่อ ถ้าคุณกลดเป็นห่วงเรื่องต่ายขนาดนั้น ก็ลองไปคุยกับคุณพ่อดูสิคะ ไม่ใช่มาคุยกับเล็ก”
“ได้ครับ เดี๋ยวผมจะลองคุยกับท่านดู ว่าแต่คุณเล็กไม่เห็นด้วยกับผมหรือครับ”
“เล็กจะเห็นยังไงไม่สำคัญหรอกค่ะ อย่ามาถามเล็กเลย บอกแล้วไงคะว่าคุณไปปรึกษากับคุณพ่อท่านเองดีกว่าค่ะ แต่เผื่อใจไว้หน่อยนะคะ”
ทรงกลดมองไปเห็นหลวงราชไมตรีกำลังคุยอยู่กับแขกอีกด้านหนึ่งของฟลอร์เต้นรำ เขาผละจาก
เพ็ญลักษณ์เดินออกไป กระต่ายมองตามประหลาดใจ เช่นเดียวกับอิสเรสที่จับจ้องสีหน้าเพ็ญลักษณ์ด้วยความอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ooooooo
ทรงกลดเข้ามาหาหลวงราชไมตรีด้วยท่าทีนอบน้อม เปิดประเด็นการสนทนาด้วยการขอร้องท่านอย่าส่งกระต่ายไปโรงเรียนประจำ
“ต่ายขอให้คุณมาพูดรึไง”
“เปล่าครับ...ผมพูดเอง เพราะผมรู้จักต่ายดี ต่ายไม่มีทางมีความสุขที่นั่นแน่นอน”
หลวงราชไมตรีไม่พอใจหนวดกระตุกทันที “คุณพูดเหมือนกับว่าผมไม่รู้จักหลานของผมดี”
“ผมไม่ได้มีเจตนาดูหมิ่นท่านนะครับ ผมมีความปรารถนาดีต่อต่ายอย่างจริงใจ ตลอดเวลาที่ผมใกล้ชิดต่าย ทำให้ผมได้รู้ว่าสิ่งที่ต่ายต้องการมากกว่าอะไรทั้งหมดคือความรัก ความอบอุ่น ความใกล้ชิด นี่ต่างหากที่จะช่วยขัดเกลาต่ายให้เป็นอย่างที่พวกท่านอยากให้เป็น”
“ไม่มีใครรู้จักคนในครอบครัวของเราเท่า
พวกเราเอง อย่าลืม คุณมันแค่คนนอก แต่ผมผูกพันกับเจ้าต่ายทางสายเลือด เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ อย่ามาสอนว่าผมควรจะทำยังไงกับหลานผม”
หลวงราชไมตรีเห็นกระต่ายชะเง้อมองมา คิดว่าหลานสาวคงรู้เห็นเป็นใจกับทรงกลด จึงตัดบทพูดทิ้งท้าย
“ผมรักเจ้าต่าย ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้เจ้าต่าย มันคือสิ่งที่ดีที่สุด”
ทรงกลดหมดคำพูดเพราะคงไม่มีประโยชน์แล้ว...หลวงราชไมตรีเดินดิ่งไปหากระต่าย บอกให้ออกมาคุยกันหน่อย สราวุธเพิ่งจะเจอกระต่ายได้ครู่เดียว มองตามด้วยความเสียดาย แต่ไม่กล้าตามไปเพราะมิรันตีเข้ามาขวางหน้า
กระต่ายตามปู่ออกมาคุยกันตามลำพัง หลวงราชไมตรีสีหน้าเคร่งเครียดมาก ถามหลานว่าให้ทรงกลดมาคุยกับปู่ใช่ไหมว่าไม่อยากไปโรงเรียนที่ปู่หาไว้ให้
“พี่กลดไปพูดกับพ่อปู่เรื่องโรงเรียนของต่ายเหรอคะ”










