ตอนที่ 11
“แกน่าจะบอกเรื่องนี้กับตำรวจ”
“ถ้าบอกผมก็ตายสิครับพี่ภีม...รู้หรือเปล่าว่าคนที่หนุนหลังไอ้ชิดชัยเป็นใคร”
“ใคร?”
“เสธ.เป้า”
ภิมลภาอึ้งกับชื่อนายทหารใหญ่ที่ทรงอิทธิพลคนนี้...
ooooooo
ที่ห้องประชุมสำนักงานตำรวจ รองฯนรินทร์เปิดเผยแก่คมกริช นรี วิษณุ อัมราและวจีว่า สาเหตุที่หน่วยเหนือปลดคมกริชออกจากคดีของจิรการ-พาณิชย์คือเสธ.เป้า มาเฟียใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังบ่อนพนันในเขตกรุงเทพฯนั่นเอง
รองฯนรินทร์ยังเล่าว่า คนที่เชื่อมโยงเป็นมือขวาของ เสธ.เป้าที่คุมบ่อนคือนายชิดชัย มือขวาที่ทำหน้าที่คุมบ่อนแทน เสธ.เป้า
“นายชิดชัยเคยมีประวัติอาชญากรรมครับ คือเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว นายชิดชัยเคยถูกนายไพศาลแจ้งความว่าทำร้ายนางขวัญใจ ซื่อโกศล ภรรยาน้อยจนถึงแก่ชีวิต ถูกจำคุกอยู่หลายปี” วิษณุเสริม นรีเชื่อมโยงว่า
“นางขวัญใจ ซื่อโกศล เป็นแม่ของนายพิรุณ ลูกชายเจ้าสัวไพศาลค่ะ”
“แสดงว่าคนร้ายตัวจริงก็คือนายชิดชัยนี่เอง” คมกริชมองทะลุ
“ถ้าอยากจับคนคนนี้ คุณต้องหาหลักฐานมัดให้แน่น แล้วก็อย่าให้มันรู้ตัว ไม่งั้น...หลุดแน่” รองฯนรินทร์ ย้ำกับทุกคนในที่ประชุม
ooooooo
วันนี้ขณะธีรสิทธิ์นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารตามลำพัง โทรศัพท์ของเขาก็มีสายเข้า เขาหยิบรับสายทักอย่างคุ้นเคย “ว่าไงเฮีย”
เป็นสายจากเฮียเพ้งโทร.จากบ่อนแต่เพ้งทักว่าช่วงนี้หายไปไม่มาบ่อนเฮียแล้วหรือ ธีรสิทธิ์คุยโวกลบเกลื่อนว่าช่วงนี้ต้องช่วยธุรกิจที่บ้านเพราะกำลังจะบุกตลาดจีนกัน
ที่แท้เฮียเพ้งต้องการโทร.มาทวงหนี้ที่เขาค้างอยู่ บอกว่าพอดีรอบบัญชีขึ้นตัวแดงว่าเขายังมีหนี้เก่าค้างอยู่ กลัวจะลืม ถ้าไม่ว่างมาด้วยตัวเองโอนมาก็ได้ไม่อย่างนั้นตนปิดรอบบัญชีไม่ได้
ธีรสิทธิ์ตอบกร่างๆว่า “ยังไงก็รอเดี๋ยว ถ้าว่างๆ จะจัดการให้”
“ภายในคืนนี้ได้ไหมครับ...พอดีคุณชิดชัยแกรอนานไม่ได้” เฮียเพ้งพูดนิ่มๆ แต่ทำเอาธีรสิทธิ์ตกใจเมื่อได้ยินชื่อชิดชัย
“ผมรอเงินปิดรอบบัญชีเพื่อส่งให้นายอยู่...ยังไงรีบมาเลยนะคุณธี”
“ครับๆ เดี๋ยวผมรีบจัดการให้”
พอวางสายจากธีรสิทธิ์ เฮียเพ้งบอกชิดชัยว่า
“คุณชิดชัยลงมาทวงหนี้แบบนี้ อีกเดี๋ยวมันคงวิ่งโร่มาที่บ่อนแน่”
ชิดชัยยิ้ม...แต่เป็นยิ้มที่น่ากลัว...
ธีรสิทธิ์รีบกลับไปที่ห้อง เห็นแพรพิมพ์กำลังอินกับหนังฆาตกรรมที่คนกำลังจมน้ำชวนธีรสิทธิ์มาดูด้วยกันบอกว่า
“เหมือนตอนที่เห็นอัณศยาจมน้ำเลย...เหมือนไอ้พีทด้วย คุณรู้ไหม คนที่ผลักไอ้พีทตกน้ำก็คือฉันเอง หม่าม้าชมว่าฉันทำดี หม่าม้าภูมิใจในตัวฉันมาก...”










