ตอนที่ 13
สักคนให้เขาได้อยู่กับพ่อแม่ ได้แข็งแรง ได้โตไปเป็นกำลังที่ดีของสังคม ถ้าต้องตาย ฉันก็ขอตายไปกับความภูมิใจตลอดชั่วชีวิต ที่ใครก็เอาไปจากฉันไม่ได้”
วันต่อมาเชาว์ก็ได้รับจดหมายที่โตมรฝากคนเอามาให้ เขารีบเปิดอ่านเป็นจดหมายที่เขียนด้วยลายมือเป็นระเบียบสวยงาม
“เชาว์ผู้น่ารำคาญ สงสัยใช่ไหมว่าฉันเขียนจดหมายถึงนายทำไม นี่ไม่ใช่จดหมายรักแต่เป็นคำสั่งที่นายต้องทำ ข้อหนึ่ง เงินทองของฉัน ฉันยกให้มูลนิธิเพื่อคนยากไร้ในโรงพยาบาลที่ฉันรักษา ข้อสอง ไม่ต้องบอกลูกหลานฉัน ในเมื่อตัดพ่อตัดลูกตั้งแต่ฉันยกที่ดินให้โรงพยาบาลก็อย่าติดต่อให้รำคาญใจกันอีก ข้อสาม ฉันเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ปฏิเสธการรักษาทางเคมีทุกอย่าง ไม่เจาะ ไม่ใส่ท่อรุงรัง ขอให้ยึดถือข้อนี้ไว้เป็นเด็ดขาด ให้ฉันได้ไปอย่างธรรมชาติ ไม่ต้องจัดงานศพใหญ่โต อย่าสิ้นเปลือง ขอบใจมากนายเชาว์ผู้น่ารำคาญ”
เชาว์อ่านจดหมายจบถึงกับน้ำตาร่วง...
วันนี้โตมรอยู่กับพอเพียงตามลำพังที่เก้าอี้วงเวียนบ้านร่มไม้ฯ เขาลูบหัวพอเพียงขอบใจที่ไม่ทิ้งตน บอกพอเพียงว่า “ฉันมีตาเชาว์จอมวุ่นวายกับแกเป็นเพื่อนแท้ เป็นความรักที่จริงใจยิ่งกว่าลูกหลานตัวเองเสียอีก”
เชาว์มาถึงพอดี เขาเร่งฝีเท้าเข้าหาโตมรร้องบอก “คุณโต เชาว์มาแล้ว” เห็นโตมรกำลังคอพับไปกับเก้าอี้ เอ่ยเสียงแผ่ว
“ขอบใจ ฉันไปล่ะนะเชาว์ พอเพียง”
“ไปสบายนะคุณโต ไม่เจ็บไม่ปวดไม่ต้องทรมานเพราะความคิดถึงลูกหลานอีกแล้ว” เชาว์แตะมือโตมรน้ำตาไหล
โตมรจากไปโดยมีเชาว์และพอเพียงเป็น เพื่อนแท้ในวาระสุดท้าย...
ooooooo
ยายพิกุล วีนัสและคณิตา วางพวงมาลัยที่หน้ารูปโตมรโดยมีพอเพียงหมอบอยู่ด้วย ยายพิกุลบอกล่าวโตมรว่า “ถือเสียว่าที่นี่เป็นบ้าน อยู่กับพวกเราที่นี่นะ”
วีนัสบอกคณิตาว่า ตนรู้ว่าโตมรป่วยจากพฤกษ์เพราะเขาเจอกันที่โรงพยาบาล หลังๆมานี่อาจารย์พฤกษ์ก็ท่าทางไม่ค่อยสบาย คณิตาถามว่า แล้วถามกันบ้างหรือเปล่า
“ถ้าถามแล้วตอบง่ายๆก็ไม่ใช่คนปากแข็งอย่างอาจารย์พฤกษ์สิ ณิตา...ยังไงเราก็ต้องรู้ให้ได้ ก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป”
แล้วไตรทศกับไอลดาเพื่อนสนิทที่เข้านอกออกในบ้านพฤกษ์ได้ก็วางแผนค้นหาความจริงกัน โดยไตรทศทำเป็นคุยดึงความสนใจจากพฤกษ์ที่สวนกล้วยไม้ ถ่วงเวลาให้ไอลดาไปค้นหาหลักฐานการรักษาตัวของพฤกษ์ และเจอใบนัดหมอในหนังสือภาพกล้วยไม้เก่าที่พฤกษ์เคยบอกว่าเป็นหนังสือที่พ่อให้แม่ตอนจีบกัน










