ตอนที่ 13
ชาญชัยมองอานัสที่สะอื้นฮัก สงสารจับใจ เตือนสติว่า
“รักอย่างมีสตินะเอิร์ธ อย่าให้อารมณ์ชั่ววูบทำลายความตั้งใจเป็นคนดีของเรา” อานัสบอกว่าพอกันที ตนขอเป็นคนเลวและจะเลวให้สะใจ “แต่แกจะไม่ได้อะไรจากใครอีกเลย แม้กระทั่งความไว้ใจ แกจะเป็นคนที่ทุกคนเกลียดและไม่ให้อภัยอีก...อย่ายอมแพ้เอิร์ธ ชนะใจตัวเองให้ได้ก่อน แล้วแกจะชนะใจคนอื่นได้”
อานัสไม่อาจฟังอะไรได้อีกแล้ว เขาพุ่งออกไปทันที ชาญชัยมองตามทั้งเป็นห่วงและสงสาร
อานัสไปที่มหาวิทยาลัย เนมเห็นรีบเข้าไปหา อานัสยั่วทันทีว่าใจกว้างเหลือเกินที่ปล่อยให้เหยื่ออย่างพฤกษ์กลับไปซบแฟนเก่า เนมเย้ยว่าพูดแบบนี้รู้เลยว่า ง้อวีนัสไม่สำเร็จ
อานัสบอกเนมว่าตนง้อวีนัสไม่ได้ เธอก็ไม่มีวันได้พฤกษ์เหมือนกัน เนมสวนไปว่าคนฉลาดอย่างตนมีวิธีที่ดีกว่าการเอาตัวไปขวาง อานัสเย้ยว่าทำให้ตายก็ไม่สำเร็จเพราะถ้าพฤกษ์สนใจเธอสักนิดวีนัสก็ไม่มีวันกลับมา เนมตวาดว่าไม่ต้องมาปั่นหัวตน
“ฉันเตือนต่างหาก ทำไมไม่ทำอะไรที่เราสองคนได้ประโยชน์ทั้งคู่ แทนที่จะมากัดกัน” อานัสหวังใช้เนมให้เป็นประโยชน์อีกครั้ง
ooooooo
วีนัสเฝ้าขอร้องให้พฤกษ์ไปหาหมอ แต่เขาบอกว่าตนไม่เป็นอะไรเพียงแต่ตนนอนน้อยเพราะกำลังปรับปรุงสวน
วีนัสตัดพ้อว่าอาจารย์เป็นห่วงทุกคนแต่ต้องห่วงตัวเองด้วย และต้องยอมรับความหวังดีจากตนด้วยเหมือนกัน แต่ไม่ว่าวีนัสจะหว่านล้อมอย่างไรพฤกษ์ก็ยังเฉย
ส่วนโตมรอาการหนักขึ้นทุกวันแต่ก็ไม่ยอมรับว่าตนเป็นอะไร วีนัสจะให้ธนพัตมาอยู่ด้วยก็ไม่เอา
แต่แล้วโตมรอาการกำเริบต้องเข้าโรงพยาบาล หมอบอกว่ามะเร็งเป็นระยะสุดท้ายแล้ว ถ้าทางเดินปัสสาวะขับของเสียออกไม่ได้คุณตาก็อาจไตวาย โตมรพูดอย่างหนักแน่นแม้จะเหนื่อยล้าเต็มทีว่า ตนยืนยันการตัดสินใจแรก ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามวาระ ตามธรรมชาติ ความตายสำหรับตนมันไม่น่ากลัวอีกแล้ว
วีนัสถามจากพฤกษ์จนรู้ว่าโตมรรักษาตัวที่ไหน ทั้งสองจึงไปรับโตมรที่โรงพยาบาล แต่ดูอาการเขาไม่ดีเลย จึงเสนอจะเปลี่ยนโรงพยาบาล
“ขอบใจความหวังดีของพวกเธอ แต่ฉันมีเหตุผล ยังไงฉันก็จะรักษาที่นี่”
เมื่อเดินมาถึงผนังด้านหนึ่งของตึก พฤกษ์กับวีนัสเห็นรูปโตมรติดที่ผนังมีป้ายว่าเป็นผู้บริจาคที่ดินสร้างโรงพยาบาลนี้ โตมรจึงเล่าให้ฟังว่า
โรงพยาบาลนี้สร้างบนที่ดินที่ตนบริจาค เล่ารายละเอียดว่าที่ดินผืนนี้ลูกชายคนเดียวของตนอยากได้ไปทำห้างสรรพสินค้า...
“แต่ฉันเลือกจะให้เป็นที่พักพิง ที่รักษาให้กับคนป่วยไม่เลือกว่ารวยหรือจน มันเป็นการทำบุญครั้งเดียวของฉัน แต่ทุกครั้งที่ฉันก้าวมาที่นี่ ฉันมีความปีติที่ไม่ต้องอวดอ้างบอกใคร ฉันได้ช่วยคนให้เขามีหมอ มีที่รักษาความเจ็บป่วยทั้งกายและใจ...ฉันอาจช่วยต่ออายุเด็ก










