ตอนที่ 10
จางซูเหลียงสั่งสิงห์ตามดูวอง ถ้าทำพลาดอีกให้เก็บเขาเสีย สิงห์หน้าเจื่อนเสนอให้แค่ส่งไปทำงานชายแดนน่าจะดีกว่า แต่จางซูเหลียงตอกกลับว่า
“รู้ไหมว่าแกกับไอ้ชีพ ฝีมือไม่ได้ต่างกัน แต่สิ่งที่แกสู้มันไม่ได้ก็คือ...ใจ”
“แต่พวกเราทุกคนโตมาด้วยกัน...”
จางซูเหลียงตวาดใส่ที่คิดจะขัดคำสั่ง สิงห์กลัวหงอรีบรับคำกลับออกไป ปกรณ์ยิ้มย่องสะใจกับคำสั่งของนายท่าน
ooooooo
ค่ำวันนั้นปกรณ์กำลังป้อนคำสั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ภาพหน้าจอมีจุดแดงๆขึ้นเต็มแผนที่ประเทศไทย แสดงถึงเครือข่ายของพวกสิ่งเอ็งที่แฝงตัวอยู่ทุกแห่งของประเทศ...ภาพหน้าจอซูมมาที่สำนักงานหน่วย SSA027 ปกรณ์พิมพ์คำว่า dispose of rubbish...กำจัดขยะให้เรียบร้อย
โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานในสำนักงานหน่วยสั่น มือชายคนหนึ่งซึ่งเล็บนิ้วชี้เป็นสีดำเอื้อมมาหยิบกดเปิดแอปพลิเคชัน Garuda จากนั้นก็เห็นข้อความและสัญญาณการสะกดจิต สักพักจึงปรากฏข้อความ...กำจัดขยะให้เรียบร้อย
อุกฤษณ์กับกำพลเดินเข้ามาหาเอื้อม เขากำลังนั่งดูโทรศัพท์มือถือสีหน้าเคร่งเครียด พอทั้งสองถามว่ามีอะไร เขาก็ปฏิเสธแล้วลุกเดินหนี กำพลรู้สึกว่าเอื้อมท่าทางแปลกๆ
คืนนี้กำพลกับเอื้อมอยู่เวร กำพลมีอาการป่วยอุกฤษณ์จึงให้ยากินและบอกว่าตอนเช้าจะซื้อโจ๊กมาฝาก... พออุกฤษณ์เดินออกมาจากห้องทำงาน เห็นว่าปลอดคนก็หลบเข้ามุมมืด
เอื้อมมาตรวจตราห้องขังที่ขังลูกน้องวองไว้รวมกัน ระหว่างกลับออกมามีเงาใครบางคนจุดกำยานแล้วถือมาวางข้างห้องขัง ทำให้พวกนักโทษหลับไม่รู้เรื่อง...
เช้าวันใหม่ รจิตได้รับคำบอกเล่าจากคนคนหนึ่งว่า สำนักงานใหม่ของกริชตั้งอยู่ที่ไหน เธอจึงรีบมาสำรวจ เห็นตึกที่ดูร้าง ไม่คาดคิดว่าจะมีใครเข้าไปทำงานในนั้น แต่พอเห็นชายสองคนท่าทางน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่แต่งตัวนอกเครื่องแบบ เดินหายเข้าไปก็ตัดสินใจเดินตาม
“สองคนนั่นไม่น่าใช่ชาวบ้านธรรมดา ต้องเป็นลูกน้องสารวัตรกริชแน่ๆ” ยิ่งเห็นคนนั่งทำงานกันเงียบๆ ก็ฟันธง “ที่แท้ก็ซ่อนตัวอยู่ในตึกร้าง ลึกลับซับซ้อนจริงๆ”
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งหันมาเห็นห้ามไม่ให้รจิตเข้ามา แม้เธอจะบอกว่าต้องการพบสารวัตรกริช แต่เจ้าหน้าที่ห้ามคนนอกเข้า เธอไม่ยอมฉวยโอกาสวิ่งฝ่าเข้าไป
กริช เอื้อม แคท และอดิศักดิ์ กำลังช่วยกันชันสูตรศพนักโทษที่นอนตายตัวหงิกตัวงอ...อุกฤษณ์รายงานถึงสาเหตุการตายเพราะสูดควันพิษเข้าไป กริชถามถึงคนที่อยู่เวร พอรู้ว่าเป็นเอื้อมกับกำพลก็มีสีหน้าเคร่งขรึม










