ตอนที่ 4
ป้าบอกว่าอาม่าไปอยู่บ้านพักคนชรา ภูผาจึงตามไปที่นั่น เห็นอาม่ากำลังสอนพวกคนชราที่นั่นทำข้าวต้มมัดอยู่ ภูผาดีใจมากชมว่าอาม่าขยันเหมือนเดิม อาม่าจำเสียงได้หันมอง พอภูผาบอกว่า
“อาม่า นี่อั๊วเอง”
อาม่ามองหน้าเต็มตาถึงกับช็อก คราง “อาภูผา...” ภูผาก้มกราบแทบเท้าอาม่า แล้วกอดขาไว้ อาม่าประคองภูผาขึ้นจับหน้าจับตาเหมือนไม่เชื่อตาตัวเอง แล้วดึงภูผาเข้าไปกอดแน่น...
อาม่าพาภูผาไปนั่งคุยกันในสวนบ้านพักคนชรา ถามว่าหายไปไหนมา รู้ไหมอาม่าคิดถึงมาก
“อาม่า...อั๊วขอโทษ ต่อไปนี้อั๊วจะไม่ไปไหนอีกแล้ว อั๊วจะอยู่กับอาม่า”
อาม่านิ่งเพราะยังฝังใจที่ภูผาไปเป็นนักเลง ภูผาถามว่าแล้วทำไมอาม่าถึงต้องมาอยู่ที่นี่ ป๊ากับแม่ส่งอาม่ามาอยู่ที่นี่หรือ
“ไม่มีใครส่งอาม่ามา ม่าอยากมาเอง ขี้เกียจทะเลาะกับเตี่ยลื้อ ม่าเหม็นหน้ามัน” ภูผาชวนอาม่ากลับไปอยู่ด้วยกัน บ้านหลังเดิมของเรา ตนจะกลับมาอยู่ที่นั่น
อาม่ายังแคลงใจบอกให้ภูผาบอกมาก่อนว่าหายไปไหนมาหลายปี ทำมาหากินอะไร ยังเป็นนักเลงคุมบ่อนอยู่หรือเปล่า ภูผาหลบตาทำให้อาม่าผิดหวังมาก บอกให้ภูผากลับไปเถอะ ภูผายืนยันว่าตนกลับเนื้อกลับตัวแล้ว ตนจะกลับมาค้าขาย จะขยัน จะเป็นคนดีอย่างที่อาม่าสอน
“จำคำสอนของอาม่าได้ด้วยเหรอ”
“อั๊วไม่เคยลืมคำสอนของอาม่า”
“ไม่เคยลืม แต่ไม่ลงมือทำมันก็ดีขึ้นมาไม่ได้ ม่าจะรอแล้วกัน รอวันที่ลื้อพิสูจน์ตัวเองให้ม่าเห็นว่าลื้อจะเลือกทางเดินใหม่ เป็นคนใหม่ แล้วอาม่าจะกลับไปอยู่กะลื้อ”
ภูผากลับไปที่ร้านโชคดีที่เงียบเหงา วังเวง คิดถึงตอนตัวเองอายุ 8 ขวบ ภูผานั่งคอตกเสียใจที่ถูกป๊าด่าว่าเป็นตัวซวยจนกินอะไรไม่ลง อาม่าหลอกล่อให้กินบอกว่าม่าทำอร่อยนะ ลูบหัวภูผาบอกว่า
“อาภูผา อดทนไว้นะ ลื้อต้องเอาความดีและความขยันพิสูจน์ตัวเองให้ป๊าลื้อเห็น แล้ววันนึงป๊าลื้อจะเข้าใจว่าลื้อไม่ใช่ตัวซวย”
ภูผาเครียดเมื่อคิดถึงอดีตที่ถูกกดดันตีตราบาปให้ตลอดมา
ooooooo
คืนนี้ทอรุ้งไปเคาะประตูห้องของทอรัก ไม่ได้ยินเสียงข้างในจึงเปิดประตูเข้าไป ถูกทอรักที่ใส่หูฟังฟังเพลงอยู่ไม่พอใจ บอกว่าจะเข้าห้องทำไมไม่เคาะประตู ทอรุ้งบอกว่าเคาะจนมะเหงกจะแตกอยู่แล้ว ก็พี่รักใส่หูฟังอย่างนี้จะไปได้ยินอะไร
“มีอะไร”
“จะเล่าให้ฟังว่าเมื่อวานพี่เวหามาที่บ้าน แต่พี่รักไม่อยู่”
ทอรักถามว่ามาทำไม ทอรุ้งว่ามาติวหนังสือให้ตน ตั้งแต่พี่กลับจากอเมริกายังไม่เจอพี่เวหาเลย ทอรักบอกว่าไม่ได้อยากเจอ ก็เลยไม่เจอ ถามว่า
“เธอเป็นแฟนเขาไม่ใช่หรือ จะมาคะยั้นคะยอให้ฉันไปเจอทำไม”
“ไม่ต้องมาโยนให้รุ้งเลย”










