ตอนที่ 4
5 ปีผ่านไป...ภูผากับสมคิดทำงานอยู่ในแปลงผัก ทั้งสองโตเป็นหนุ่มเต็มตัว หน้าตากร้านแดดแข็งแรง หล่อเข้ม ภูผามองแปลงผักอย่างสนใจ หยิบถุงผ้าแดงที่อาม่าเย็บให้ขึ้นมา พลิกดูด้านหลังที่อาม่าปักตัวหนังสือสีเหลืองไว้ว่า “คุณธรรม”
สมคิดเดินมาถามภูผาว่าคิดอะไรอยู่ คิดถึงสาวหรือ ภูผาบอกว่าตนอยากเลิกเป็นนักเลง อยากจะไปทำมาค้าขายสินค้าเกษตรก็ได้ สมคิดถามว่าเอาจริงหรือ เห็นบ่นแบบนี้มาหลายทีแล้ว ภูผายืนยันว่า “เอาจริงสิวะ”
“เอาจริงก็เอาจริง เบื่ออยู่ที่นี่แล้วเหมือนกัน แล้วนายวางแผนยังไง จะไปเริ่มต้นที่ไหน” ภูผาบอกว่าอยากกลับกรุงเทพฯ “สุดยอด! คิดเหมือนกันเลย...คิดถึงบ้านแล้วว่ะ...ตกลงเราจะกลับกรุงเทพฯกันเลยใช่ไหม”
ภูผายิ้มพยักหน้า เพราะคิดถึงคนที่กรุงเทพฯเหมือนกัน
ฝ่ายเวหาเป็นนักเรียนแพทย์ปี 3 แล้ว เวหาตั้งอกตั้งใจเรียนจริงจัง
วันนี้หลังเลิกเรียนเพื่อนมาชวนเวหาว่าวันนี้ไม่ไปเลี้ยงเหล้าหรือ เวหาบอกว่าวันนี้ไม่ได้เพราะนัดสาวไว้เพื่อนถามแซวๆว่าอีกแล้วหรือ เวหายิ้มกริ่มบอกว่าต้องเร่งทำคะแนนหน่อย ไว้พรุ่งนี้แล้วกัน
ทอรุ้งเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยแล้ว เธอโตเป็นสาวสวยร่าเริง เลิกเรียนแล้วเดินออกมากับเพื่อนสองสามคนเห็นเวหายืนยิ้มอยู่ ทักว่าพี่เวหามารอรับรุ้งถึงนี่เลย เรานัดกันวันนี้หรือ เวหาปากหวานว่าอยากรีบมาติวให้ รุ้งขอไว้ไม่ใช่หรือ ทอรุ้งชวนไปที่บ้านกันดีกว่า
“ก็ดีเหมือนกันนะ พี่มัวแต่เรียนหนักไม่ได้ไปสวัสดีคุณแม่รุ้งตั้งนานแล้ว”
หนุ่มสาวยิ้มให้กันแล้วเดินออกไป
ภูผากับสมคิดกลับมาถึงตลาดที่คุ้นเคยแล้ว บอกกันว่าไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากเลย มีตำรวจสองคนผ่านมามองทั้งสองอย่างไม่ไว้ใจเพราะเห็นท่าทางแปลกๆ จึงสะกดรอยตาม
สมคิดเห็นหมอนุสราคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็น แต่ภูผาจำได้ว่าหมอเคยทำแผลให้เราไง สมคิดพูดติดตลกว่าในกระเป๋าเขาต้องมีเงินเป็นฟ่อนแน่ๆ
พอจะเข้าไปทักก็ถูกตำรวจตะครุบไว้ทันที ซ้ำพอดิ้นยังถูกกระบองเคาะหัวอย่างแรง
หมอนุสราตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น ตำรวจบอกว่าสองคนนี้กำลังจะปล้นคุณ หมอนุสรามองเต็มตาก็จำได้บอกตำรวจว่าตนรู้จักสองคนนี้
เมื่อพากันเข้าไปนั่งคุยกันในคลินิก นุสราถามว่าไม่เจอกันตั้ง 5 ปี ไปทำอะไรที่ไหนมา
“พวกเราลงใต้ครับ ทีแรกว่าจะไปกรีดยาง แต่เขาว่าแถวสวนยางเสือมันชุม เรากลัวถูกเสือคาบไปกินเลยไปคุมบ่อนดีกว่า...งานถนัด” สมคิดเล่าติดตลก










