ตอนที่ 4
ภูผาพยายามหว่านล้อมสมคิดอย่าไปยุ่งกับเชิดอีก บอกว่าสิ่งที่เชิดทำนั้นมันโจรชัดๆ บอกสมคิดให้ออกมาแล้วตนจะไปคุยกับเชิดเอง สมคิดไม่ยอมออกบอกว่างานดีๆเงินดีๆไม่มีให้คนที่เคยเป็นนักเลงหรอก บอกภูผาว่า “นายปล่อยเราไปตามทางของเราเหอะ” แล้วผละไปเลย ภูผารู้สึกในนาทีนั้นว่าตนเสียเพื่อนไปแล้ว
ภูผาไปหาอาม่าที่บ้านพักคนชราบ่นว่าการจะเป็นคนดีมันไม่ง่ายเลยอุปสรรคเยอะจริงๆ อาม่าบอกว่าถ้าเราไม่ย่อท้อเรื่องทุกอย่างมันก็จะผ่านไปได้ สุดท้ายถ้าไม่ตายเสียก่อนมันก็ต้องมีทางออก
ฟังอาม่าแล้วภูผามีกำลังใจ ไปถามเชิดว่าถ้าตนจะลาออกจากวงการจริงๆต้องทำยังไง เชิดยื่นไม้ตายว่า ถ้ายืนยันจะออกจริงๆก็ต้องล้มตนให้ได้ก่อน แต่ถ้าแพ้ก็ต้องเป็นลูกน้องตนไปอีก 5 ปี
ภูผาไปหาหมอนุสราเอาถุงเงินที่อาม่าทำให้และฝากหมอว่าบอกอาม่าว่าอย่าเสียใจ หมอนุสรารับปากและอวยพรให้ภูผาปลอดภัย
พอดีทอรุ้งปั่นจักรยานมาถึงหน้าคลินิกก็รู้สึกว่ารถมีปัญหา ลงมาดูพบว่าโซ่หลุดจึงพยายามใส่โซ่ มีชายคนหนึ่งเข้ามาจะซ่อมให้ ทอรุ้งปฏิเสธอย่างไรก็ไม่ยอมไป จนเธอไม่พอใจลุกยืนเสียงแข็ง “บอกว่าไม่ต้อง”
ชายคนนั้นจึงลุกขึ้นแล้วก็สะดุ้งเฮือกเมื่อภูผายืนมองหน้านิ่งอยู่ มันหน้าแหยผละไปทันที
“ยังซื่อบื้อให้ห่วงหมือนเดิมเลยนะ” ภูผาทักแซวๆแล้วเดินไปคุยกันที่ริมน้ำ ทอรุ้งขอให้เล่าว่าวันนั้นที่บ่อนเกิดอะไรขึ้น เขาเป็นคนยิงหรือเปล่า ภูผาว่าตนไม่ได้ทำ ทอรุ้งบอกว่าตนก็เชื่อว่าเขาไม่ทำเรื่องแบบนั้นแน่
ทอรุ้งบอกว่าอีกเรื่องที่ตนไม่อยากให้เขาเข้าใจผิดคือตนกับเวหาไม่ได้เป็นแฟนกัน ตนเห็นเวหาเป็นพี่ชายเท่านั้น ที่ผ่านมาตนอยู่ใกล้เวหาเพราะคิดว่าวันหนึ่งจะทำให้ตนได้เจอเขา หรือได้ยินเรื่องของเขาบ้าง เพราะตนรู้มานานแล้วว่าเขาเป็นน้องชายพี่เวหา ภูผามองทอรุ้งนิ่งด้วยความรู้สึกดีๆ
“แต่ 5 ปีผ่านมาไม่มีใครพูดถึงภูผาเลย ไม่มีใครพูดอะไรให้รุ้งฟัง รุ้งก็ได้แต่รอ...รอว่าวันนึงรุ้งจะได้รับรู้และสบายใจว่าภูผาปลอดภัย ภูผาสบายดี...” ทอรุ้งก้มหน้ากลืนความรู้สึก
ภูผาเดินเข้ากอดทอรุ้งด้วยความซาบซึ้งสะเทือนใจ ทอรุ้งค่อยๆกอดตอบด้วยความคิดถึง...
ooooooo










