ตอนที่ 5
เช้าวันรุ่งขึ้นจางวางพ่วงก็ลากสินกับพิกุลไปที่ตึกท่านเจ้าคุณจนเพียรกับเอื้อยร้องขอให้ใจเย็นๆ มุดแอบตามมาแอบฟังอย่างอยากรู้ ท่านเจ้าคุณได้ยินออกมาถามว่ามีเรื่องอะไรรึท่านจางวาง
“กระผมจะขอให้ท่านเจ้าคุณผูกข้อมือให้เด็กสองคนนี้ขอรับ”
เจ้าคุณถามเพียรที่ตามมางงๆว่ามันอะไรกัน จางวางส่งสายตาปรามเพียรไม่ให้พูดแล้วตัวเองก็บอกท่านเจ้าคุณด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า
“หากกระผมพึ่งบารมีของท่านมิได้ เห็นทีกระผมต้องพาวงกลับเมืองสุพรรณ เพราะอย่างน้อยคนที่นั่นก็ไม่รู้เห็นว่าพิกุลมันถูกกระทำ ถูกใส่ความให้ฉาวโฉ่อย่างไร”
พอมุดได้ยินว่าจะมีการผูกข้อมือก็วิ่งหน้าตื่นไปหาหลวงราชทันที พอรู้จากมุด คุณหลวงก็เดินลิ่วมาที่ห้องดนตรีเห็นพิกุลกับสินนั่งอยู่ตรงหน้าเจ้าคุณที่ตัดสินใจผูกข้อมือให้สินแล้วและกำลังจะผูกให้พิกุล
ทันใดนั้นสายสิญจน์ที่เจ้าคุณจะผูกให้พิกุลก็ถูกท่านจันปัดออกไป แต่พอมือท่านจันถูกสายสิญจ์ก็กรีดร้องอย่างเจ็บปวดชักมือกลับ ท่านจันช่วยอะไรไม่ได้ก็มองไปที่หน้าต่าง บานหน้าต่างปิดกระแทกอย่างแรงจนทุกคนตกใจ แต่จางวางพ่วงไม่สนใจเร่งเจ้าคุณให้จัดการผูกข้อมือพิกุลเสียให้เสร็จสิ้น
ขณะเจ้าคุณกำลังจะผูกข้อมือพิกุล หลวงราชก็พรวดเข้ามาร้องอย่างตกใจ
“คุณพ่อขอรับ!!!”
พิกุลเห็นหลวงราชมาก็น้ำตาไหลพราก มีความหวังสุดท้ายว่าหลวงราชจะช่วยระงับการผูกข้อมือได้ หลวงราชถามจางวางว่า จะให้คุณพ่อผูกข้อมือพิกุลทั้งที่น้ำตานองหน้าเช่นนี้หรือ
“ถึงจะร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือด กระผมก็ต้องทำ” บอกท่านเจ้าคุณว่า “แต่หากท่านเจ้าคุณคับข้องใจไม่อาจผูกข้อมือให้เด็กสองคนนี้ กระผมจะไม่กวนท่านเจ้าคุณขอรับ แต่ก็มิได้หมายความว่ากระผมจะให้อิสระมัน กระผมจะพามันกลับไปแต่งงานที่เมืองสุพรรณเสียตอนนี้”
เจ้าคุณถามว่าจางวางกำลังต่อรองกับตนอยู่หรือ จางวางบอกว่าตนไม่มีทางอื่น การแต่งงานเท่านั้นที่จะหยุดเสียงนินทาว่าร้ายลูกสาวตน เจ้าคุณมองพิกุลที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างลังเล จางวางตัดบทว่า
“กระผมจะไม่ทำให้ท่านเจ้าคุณหนักใจไปกว่านี้ กระผมและลูกวงจำต้องไปเสียจากที่นี่ขอรับ”
จางวางลุกไปทันที เจ้าคุณร้องขอว่าอย่าใจเร็วนัก แล้วตัดสินใจจะผูกข้อมือให้พิกุล
หลวงราชมองอย่างไม่อาจทนได้ ท่านจันก็กรีดร้องอย่างเจ็บปวดแต่ไม่มีใครได้ยิน










