ตอนที่ 5
ฝ่ายสิน แม้ตัวเองจะเจ็บปวดที่พิกุลไม่มีใจให้ แต่ด้วยความรักที่มีต่อพิกุลก็พยายามที่จะให้หลวงราชกับพิกุลได้สมหวัง ดักบอกหลวงราชที่เก็บดอกปีบที่แซมผมพิกุลเมื่อคืนนั้นว่า
“เก็บดอกปีบนั้นไว้ให้ดีนะขอรับ...กระผมเตือนด้วยความหวังดี เพราะคุณหลวงคงจะได้มองแต่ของที่อยู่ในมือเวลาที่คิดถึงพิกุลเท่านั้น”
หลวงราชโมโหที่ถูกสินยั่วถึงขั้นชกต่อยกัน
สินยังคงยั่วเพื่อให้หลวงราชฮึดว่า
“ถึงหัวใจของพิกุลอยู่ที่คุณหลวง แต่คุณหลวงก็ใช่จะครอบครองพิกุลได้ง่ายๆ วันใดที่แม่เพียรพาพิกุลกลับเมืองสุพรรณ วันนั้นจะเป็นวันของกระผม”
“ถ้าเอ็งกล้าหักหาญน้ำใจคนที่เอ็งรัก เอ็งมันก็แค่คนเห็นแก่ตัว”
“เช่นนั้นก็จงสำแดงความกล้าหาญเถิดขอรับ...เพราะไอ้คนเห็นแก่ตัวเช่นกระผม จะได้เป็นเจ้าของพิกุลโดยที่คุณหลวงจะได้แต่มองเท่านั้น”
สินเย้ยยั่วหลวงราชแล้วเดินผละไป หลวงราชตามกระชากสิน แล้วชกจนมุดเข้ามาแยกทั้งสองออกจากกัน สินมองหลวงราช เอ่ยเศร้าเมื่อคิดที่จะช่วยให้พิกุลสมหวังในรัก...
“กระผมปลุกใจคุณหลวงได้เพียงเท่านี้ขอรับ”
ooooooo
เช้าวันนี้พอสินกินข้าวอิ่ม จางวางพ่วงก็บอกให้เขียนเวลาตกฟากให้ บอกว่าจะไปวัด เพียรถามว่าจะเอาไปทำไม จางวางบอกว่าจะเอาไปให้ขรัวตาดูดวงสินกับพิกุลว่าสมพงศ์กันดีหรือติดขัดอะไรจะได้หาทางช่วย
เพียรถามว่าจะให้เด็กสองคนออกเรือนด้วยกันรึ พิกุล สิน และเอื้อยต่างมองหน้ากันอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก จางวางพูดต่อหน้าทุกคนว่า
“ในเมื่อลูกมันสมัครใจจะอยู่ที่นี่ ก็มีแต่วิธีนี้ที่จะสยบขี้ปากชาวบ้านไม่ให้ป้องปากนินทากันว่าลูกเราเจออะไรมาบ้าง” เพียรแย้งว่าเมื่อเรารู้ว่าลูกสาวเรามิได้ถูกหยามเกียรติแล้วจะสนใจคนอื่นทำไม “แม่เพียรนึกถึงหน้าตาท่านเจ้าคุณไว้ให้มากเถอะ ท่านอุปถัมภ์วงก็เพราะพิกุล แต่หากชื่อเสียงมันฉาวโฉ่เสียแล้ว ไปออกงานที่ไหน ท่านเจ้าคุณคงไม่พ้นอับอายไปด้วย”
เพียรเงียบ มองพิกุล สินและเอื้อยอย่างเห็นใจ จางวางบอกว่าครั้นจะจับผูกข้อไม้ข้อมือเสียตอนนี้ก็ยังเห็นแก่ใจมันอยู่บ้าง เดี๋ยวจะหาว่าพ่อบังคับให้แต่งเพียงแก้อาย มิได้เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ
ฝ่ายเจ้าคุณกับคุณหญิงก็มีความเห็นต่างและโต้เถียงกัน เมื่อคุณหญิงจะกัน “นังลูกเจ๊ก” ที่เจ้าคุณหมายตาให้หลวงราช เพื่อให้คุณหลวงหันมาแลคนที่ตนหนุนอยู่ จนเจ้าคุณอ่อนใจบอกว่าตามใจคุณหญิง
แต่หากวันใดตายศเตลิดไปเพราะเกินทน คุณหญิงก็ไปตามเองก็แล้วกัน










