ตอนที่ 5
“แกคุยอะไรกับคุณยศ...อย่าโกหกนะ ฉันเห็นว่าแกคุยกับคุณยศนานสองนาน”
“แกอยากหูหนวกตาบอดเหมือนหนูของแกใช่ไหม” ชบาขู่สำทับ
พุดกรองเห็นหนูวิ่งพล่านอยู่ในกรงก็สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับหนูตะเภาของตัวเอง พอดีนิ่มได้ยินเสียงพุดกรองจึงออกมาดู เห็นสารภีอยู่กับพุดกรองก็ถามว่า
“คุณสารภีทำอะไรพุดกรองเจ้าคะ”
“สั่งสอนลูกแกไม่ให้ปากมากน่ะสิ” กระชากเสียงตอบแล้วเดินไปเลย ชบารีบเดินตามไป
นิ่มถามพุดกรองว่าเขาทำอะไรลูก พุดกรองบอกว่าเจ้าหนูน้อยของตนมันตาบอดเสียแล้ว นิ่มมองหนูตะเภาในกรง เห็นเลือดกรังรอบดวงตาก็ถามว่า...คุณสารภี? พุดกรองพยักหน้า
ที่แท้สารภีบังคับให้ชบาเอาเข็มในกล่องอุปกรณ์ปักผ้าแทงตาหนูตะเภาจนบอด แล้วยิ้มเลือดเย็น ฝ่ายชบาทำแล้วพึมพำโล่งใจว่า
“ดีกว่าถูกเอาหนูตะเภายัดปากวะ อีชบาเอ๊ย...”
หลวงราชเอาลิ่มแบ่งชาไปให้เจ้าคุณต่วน เจ้าคุณต่วน หยิบดูถามว่านี่หรือที่หลวงบริบาลกับหมอฝรั่งตามหา บอกหลวงราชว่า
“หากหมอฝรั่งและหลวงบริบาลพิสูจน์ได้ว่าลิ่มนี้ทำให้จีนสงตาย คดีก็น่าจะปิดลงได้เสียที”
“กระผมคิดว่าไม่ใช่แต่คดีของจีนสงหรอกครับ...เราอาจจะปิดคดีเก่าได้ในคราวเดียวกันด้วยขอรับ”
ooooooo
เมื่อจางวางเอาวันเดือนปีเกิดของสินไปให้ขรัวตาที่วัดดูกลับมา เอื้อยถามทันทีว่าขรัวตาว่าอย่างไร เพียรมองพิกุลอย่างเป็นห่วง ยกขันน้ำขึ้นดื่ม บอกพิกุลที่ทำไม่รู้ไม่ชี้ว่า
“ท่านว่าดวงเอ็งกับสินไม่เกื้อกูลกัน แม้นว่าเกิดมาเป็นคู่ ก็เป็นคู่เวรคู่กรรมที่มีวิบากต้องชดใช้ร่วมกันเท่านั้น”
สุดถามว่าแล้วจะถึงเลือดตกยางออกหรือไม่ เพียรพยักหน้าเศร้าๆ บอกว่าท่านให้พิกุลทำบุญให้มากเข้าไว้ พิกุลอดใจไม่ได้ถามว่าแล้วพ่อว่าอย่างไร
“ก็ท่านขรัวตาออกปากอย่างนั้น ก็คงเพลาเรื่องนี้กับเอ็งลงบ้างหรอก”
พิกุลถอนใจโล่งอก เอื้อยมองพิกุลแล้วพยักหน้าเหมือนดีใจด้วย
ฝ่ายจางวางพ่วงคาดคั้นสินว่าเขียนเวลาตกฟากของใครให้ สินสารภาพว่าตนนึกขึ้นเอง เพราะพ่อไม่เคยบอกให้กระจ่างว่าตกฟากเมื่อใด จางวางถามว่า
“ไอ้สิน มึงไม่ได้คิดทำเรื่องนี้เพราะจะเลี่ยงออกเรือนกับพิกุลใช่ไหม”
“มิได้จ้ะ” สินตอบเบาแทบไม่ได้ยินเสียง จางวางฮึดฮัดไม่แน่ใจคำตอบของสิน สินเองดูออกแต่ไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร
ฝ่ายเพียรสั่งเอื้อยกับพิกุลให้เตรียมเครื่องปรุงไว้ ตนจะตามสินให้ไปตัดใบตองทำกระทงห่อหมก










